Black and White Rhapsodies Group
Black and White Rhapsodies Group
Home | Profile | Register | Active Topics | Members | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?

 

กฏ กติกา มารยาท ในการใช้ webboard
 All Forums
 www.bwfoto.net
 คอลัมน์
 The Avedon Years - How Those Great B&W Prints Were
 New Topic  Reply to Topic
Share Like
Author Topic  

charles
เทพขาวดำ



1063 Posts

Posted - 18 April 2009 :  18:42:03  Show Profile  Reply with Quote
The Avedon Years - How Those Great B&W Prints Were Made.

บทความโดย Earl Steinbicker ( esteinbicker@cavtel.net )
เว็บไซท์ http://www.daytripsbooks.com/
บล็อก http://lifeslittleadventures.typepad.com/

บทความต้นฉบับ http://lifeslittleadventures.typepad.com/lifes_little_adventures/2006/05/how_we_did_it.html

บทความนี้ถูกแปลโดยได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว

Earl Steinbicker เคยเป็นผู้ช่วยช่างภาพบุคคลชื่อดังอย่าง Richard Avedon ถึงสี่ปีตั้งแต่เขาอายุ 18 ปี ก่อนที่จะเข้ารับราชการทหารเป็นเวลาสามปี และกลับมาเป็นผู้จัดการในสตูดิโอของ Avedon หลังจากนั้น Earl ได้ทำการแบ่งปันประสบการณ์อันมีค่าของเขาขณะที่ทำงานร่วมกับ Avedon ในบล็อกของเขา และส่วนหนึ่งได้ถูกนำมาแปลลง ณ ที่นี้

-------------------------------------------


ภาพขาวดำอันยอดเยี่ยมเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร? เรามามองดูเทคนิคการอัดภาพบางอย่างที่แทบจะถูกลืมไปแล้วกัน

ช่าง ภาพผู้โด่งดัง Richard Avedon นั้นมีชื่อเสียงในหลายๆ ด้าน และหนึ่งในนั้นก็คือภาพขาวดำที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณภาพทางเทคนิคของเขา ในช่วงปีแรกที่ผมเป็นผู้ช่วย ผมได้เรียนรู้ว่าภาพเหล่านี้เกิดมาได้อย่างไร และในตอนหลังที่กลายมาเป็นผู้จัดการสตูดิโอ ผมก็ได้ขยับขยายเทคนิคเหล่านี้ออกไปอีก พวกมันไม่ค่อยจะสามัญเท่าไรนัก และตรงกันข้ามกับวิธีการปกติที่ได้รับการสอนจากเหล่าโรงเรียนภาพหรือแม้แต่ โกดักก็ตาม ในวันนี้ แน่นอนว่ามีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ยังคงอัดภาพเคมีในห้องมืดอยู่ แต่สำหรับพวกเขาเหล่านั้น และสำหรับใครก็ตามที่สงสัยในส่วนนี้ในความเป็นมาในวงการถ่ายภาพ และสำหรับหน้าประวัติศาสตร์ ผมจะเล่าทุกอย่างที่ผมรู้ ที่นี่ แต่ช่วนทนหน่อยนะ เพราะมันจะหนักทางเทคนิค

สิ่งแรก - แสง:

ใน ช่วงปีเก่าๆ ก่อนปี 1962 และก่อนที่แฟลชอิเล็กทรอนิกส์จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่พลาย หลายๆ ภาพที่เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางนั้นถูกถ่ายโดยไฟจากหลอดไส้ โดยการใช้ตะเกียงขนาด 1500 วัตต์กับ reflector ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 18" และ diffuser แบบ fiberglass หนาๆ สิ่งนี้ถูกวางไว้ใกล้ๆ กับตัวแบบ ใกล้ที่สุดเท่าที่จะไม่เข้ามาขวางในมุมกล้อง และอยู่บนสแตนด์ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้ง่ายๆ ตามตัวแบบ หลายๆ ครั้งที่มันถูกวางไว้เพียงราวๆ ฟุตเดียวจากหน้าของพวกเขา ฟิล์มที่ถูกใช้ในกล้อง Rolleiflex คือ Plus-X และตั้งค่าแสงไว้ที่ 1/60 ที่ F/8 ซึ่งส่งผลให้เกิดการ overexposure อย่างจงใจ (และก็เป็นอย่างแรกที่ขัดกับสามัญสำนึกทั่วๆ ไป)

ในราวๆ ปี 1962 เราเริ่มที่จะหันมาใช้ไฟแฟลชสตูดิโอ BALCAR 1200 กับร่มสะท้อนแสง ซึ่งมีกำลังไฟสูงสุดที่ 1,200 จูลล์ และเช่นเดิม เจ้านี่ก็ถูกวางไว้ใกล้กับตัวแบบที่สุดเท่าที่จะไม่เข้ามาบังมุมกล้อง เนื่องจากกำลังไฟที่สูงมากของแฟลช เราจึงย้ายมาใช้ฟิล์ม Panatomic-X ซึ่งมีความไวแสง 25 และหรี่รูรับแสงงมาที่ F/16 ซึ่งก็ยังทำให้เกิดการ overexposure อย่างมากเช่นเดิม อ้อ! แฟลชหัวกล้องส่วนใหญ่นั้นส่วนมากให้กำลังไฟเพียงราวๆ 20 จูลล์เท่านั้น

เหตุผล ที่ตั้งไฟไว้ใกล้ๆ นั้นง่ายมาก: อัตราส่วนของการสะท้อนแสงจากตัวแบบนั้นแปรผันตรงกับระยะห่าง ถ้าเกิดแหล่งไฟนั้นอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ฟุต แสงจำนวนเท่าๆ กันก็จะตกกระทบทั่วบริเวณตัวแบบที่ไม่ได้อยู่ในเงา ส่งผลให้แสงนั้นแบนราบ ถ้าเกิดแหล่งไฟอยู่ใกล้ ส่วนต่างๆ ของหน้าหรือลำตัวก็จะได้ปริมาณแสงแตกต่างกันออกไป ส่งผลให้ดูมีมิติมากกว่า

ต่อกันที่ห้องมืด:

ไม่ ใช่แค่ฟิล์มถูก overexpose เท่านั้น แต่ยังถูก overdevelop ด้วย เราใช้น้ำยาล้างที่ถูกลืมไปนานแล้ว แต่เป็นที่นิยมในช่วงปี 1930 เมื่อกล้อง 35mm เพิ่งจะเริ่มถูกนำมาใช้ และฟิล์มยังเกรนใหญ่กว่าตอนในปี 1950 อยู่ Panthermic 77 นั้นเป็นของขวัญจากพระเจ้าสำหรับคนที่ถ่ายฟิล์ม 35mm เนื่องจากมันถูกออกแบบมาให้ลดเกรนโดยการทำให้ขอบของกลุ่ม silver halide แต่ละกลุ่มนั้นเนียนขึ้น ในช่วงกลางยุค 50 เมื่อฟิล์มได้รับการพัฒนาขึ้นแล้ว น้ำยาล้างตัวนี้ก็เริ่มเสื่อมความนิยมและต้องถูกสั่งเป็นพิเศษในรูปของเหลว ในโหลขนาดหนึ่งแกลลอนเท่านั้น พวกเราชอบมันเพราะว่า เมื่อนำมาล้างเป็นเวลานานๆ มันทำให้ได้ฟิล์มที่หนาพร้อมกับมีการไล่โทนที่เนียนมากเป็นพิเศษ

จบกับที่ห้องอัดภาพ:

หลัง จากถูกนำไปบันทึกหมายเลข ฟิล์มทุกแผ่นจะถูกนำมาทำ contact-print ไม่มีอะไรพิเศษเท่าไร เพราะช่างภาพทุกๆ คนก็ทำเหมือนๆ กันหมด หลังจากที่เราได้เลือกภาพบางภาพออกมาแล้ว ปรินท์หยาบๆ ก็จะถูกอัดลงในกระดาษขนาด 8x10" หรือ 11x14" เราจะเลือกภาพจากปรินทืเหล่านี้อีกครั้ง และตอนนี้ความสนุกก็จะเริ่มขึ้น



จาก ช่วงยุค 1940 ถึงราวๆ 1960 ปรินท์สุดท้ายนั้นถูกอัดลงบนกระดาษ DuPont Defender แบบ graded และใช้น้ำยา Dektol ในช่วงต้นๆ ยุค 60 หลังจากที่ DuPont เลิกผลิตกระดาษ ปาฏิหาริย์ก็มาจากเยอรมัน Agfa Brovira นั้นยอดเยี่ยมยิ่งกว่ากระดาษอัดภาพใดๆ จนแทบไม่ต้องนำมาเทียบกันเลย เหตุผลนั้นง่ายมาก: พวกเขาไม่ขี้เหนียวและใส่ผลึกเงินจำนวนมากลงในเนื้อกระดาษ ส่งผลให้ดำนั้นดำสนิทและขาวนั้นสว่างจ้า

ห้องอัดภาพหลักของเรานั้นมี เครื่องอัดภาพสามตัว แบ่งเป็น Omega D2 ติดฝาผนังสองตัวพร้อมรางเลื่อนขยาย และยักษ์ใหญ่ Salzman 8x10 ซึ่งสูงถึง 14 ฟุต ใช้หลอดแบบไอปรอทและมีรีโมทควบคุม งานส่วนใหญ่นั้นเราใช้ Omega กับแหล่งไฟแบบ cold-light, condenser, หรือ pin-point ร่วมกับเลนส์ Nikkor ภาพสุดท้ายส่วนใหญ่จะถูกอัดลงกระดาษขนาด 16x20" ที่วางใกล้ๆ ตัวก็คืออุปกรณ์ dodge/burn นานาชนิด ถึงแม้ว่าผมจะชอบที่จะใช้มือในการควบคุมแสงที่ตกบนกระดาษอัดมากกว่า ความสามารถนี้ได้มาจากประสบการณ์เท่านั้น



นี่ อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่ว่าการจัดสภาพแสงในห้องมืดนั้นสำคัญมาก คุณต้องเห็นว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ safelight ปกตินั้นทำหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก ถ้าพวกมันมืดพอที่จะทำให้คุณเห็นภาพที่ถูกฉายออกมาจากเครื่องอัดภาพ พวกมันก็ไม่สว่างพอที่จะใช้ดูภาพที่กำลังล้างในน้ำยาและรู้ว่าเมื่อไรควรจะ หยุดแช่น้ำยาล้าง โชคดีที่กระดาษอัดภาพขาวดำนั้นไม่มีความไวแสงในช่วงย่านแสงเล็กๆเลย - ช่วงคลื่นแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากแหล่งไฟแบบไอโซเดียม พวกเราจึงใช้ safelight ของ Duplex แขวนไว้กับเพดานและมีโซ่เพื่อไว้ดึงเปิดปิดบานหน้าต่าง ระหว่างการฉายแสง บานหน้าต่างจะถูกปิดบางส่วนเพื่อกันแสงส่วนใหญ่ และเพียงดึงโซ่ทีเดียวเท่านั้น ทั้งห้องก็จะเต็มไปด้วยแสงสว่างจ้าแต่ปลอดภัยสำหรับการอัดภาพในช่วงแช่น้ำยา ล้าง

กระดาษอัดภาพถูกล้างในถาด Dektol ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นน้ำยาล้างที่แพร่หลายที่สุดในช่วงเวลานั้น แต่พวกเราเพิ่มประสิทธิภาพของมันโดยการเติม hydroquinone ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของน้ำยาเข้าไปอีกเพื่อที่จะได้สีดำที่ดำสนิท ยิ่งขึ้น พวกเรายังมีถ้วยใส่ hydroquinone เข้มข้นร้อนๆ ไว้ใกล้ๆ พร้อมกับสำลีและคัตตอนบัดเพื่อเอาไว้เร่งการ develop ในบางส่วนของภาพ

บาง ครั้ง หลังจากที่ภาพถูกแช่ลงใน fixer พวกเราตัดสินใจว่าไฮไลท์บางส่วนนั้นน่าจะขาวกว่านั้น พวกเราจึงล้างน้ำยาออกแล้วก็นำมันไปแช่ในสารละลาย potassium ferricyanide (อันตราย - ใช้ถุงมือตลอด!) เจือจาง จากนั้นก็แช่ fixer ต่อและล้างน้ำเปล่า

สุด ท้าย หลังจากล้างในเครื่องล้างแบบกังหันของ Pako ปรินท์จะถูกนำไปแช่ในสารละลายกลีเซอรีนก่อนที่จะทำให้แห้ง นี่ทำให้เนื้อกระดาษม้วนเก็บได้ง่ายและป้องกันไม่ให้กระดาษงอบิดๆ เบี้ยวๆ

และ ก็มาถีงความลับสุดยอด - เราไม่งดเงินแม้แต่นิดเดียว! ปรินท์ส่วนมากถูกอัดอย่างน้อยๆ สิบครั้งหรือมากกว่าจนกว่าจะได้อันที่สมบูรณ์แบบ บางครั้งมากกว่ายี่สิบครั้ง ผมเองนั้นก็เคยต้องใช้เวลาทั้งวันในการอัดภาพเพียงภาพเดียวบ่อยๆ กระบวนการนี้แพงมาก ทั้งในอุปกรณ์และแรงงาน กระดาษ Agfa นั้นไม่ถูกเลยและต้องสั่งเป็นจำนวนมากๆ จากเยอรมัน เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายในอเมริกานั้นไม่มีจำนวนขนาดและเกรดเพียงพอในสต็อค น่าเศร้าที่มันไม่ถูกผลิตอีกแล้ว แต่ว่ากระดาษที่ดีอื่นๆ ก็ยังคงมีอยู่

ศิลปะแห่งการอัดภาพขาวดำในปัจจุบันนั้นถูกรักษาไว้ผ่านช่างอัดภาพรุ่นใหม่ๆ ที่ทุ่มเทกับงานด้านนี้ ผมขอแสดงความนับถือพวกเขา



ในภาพนั้นคือผมในห้องมืดสักอันในปี 1965 ซึ่งถูกตีพิมพ์ใน Photographic Methods for Industry ผมเคยเขียนบทความให้พวกเขา

แปลโดย Charles ( palmbook.multiply.com )

----------------------------------------

ป.ล. เลขสวยแฮะ 777

Edited by - นายที on 12 November 2009 22:43:10

cteerapan
เทพขาวดำ

1889 Posts

Posted - 18 April 2009 :  19:38:44  Show Profile  Reply with Quote
อยากกราบงามๆเลยครับ อ่านสนุกมากๆ
ได้ความรู้และเกร็ดเล็กๆ พอเอาไปโม้ได้ 55

enjoy analog
http://365beijing.wordpress.com/
Go to Top of Page

m6ix
เทพขาวดำ

603 Posts

Posted - 18 April 2009 :  20:12:30  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณมากครับ


"Art is not what you see, but what you make others see." -Edger Degas
http://www.flickr.com/photos/momentum_photo/
Go to Top of Page

tonk
สมาชิกใหม่

19 Posts

Posted - 19 April 2009 :  00:19:04  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณครับ ;))

hello LF
Go to Top of Page

arctica
ทายาทอสูร

1264 Posts

Posted - 19 April 2009 :  09:57:56  Show Profile  Reply with Quote
น่ายินดีที่คุณcharles แปลออกมาครับ
ยังเหลืออีกหลายอัน

- How can you not fall in love with photography? Each and every image is part of life itself. -
http://www.flickr.com/photos/lifechronology/
Go to Top of Page

lumino
ชักเริ่มติดขาวดำ

110 Posts

Posted - 19 April 2009 :  11:31:45  Show Profile  Reply with Quote
กำลังติดตามอ่านอยู่ครับ

Steinheil Munchen
Go to Top of Page

neno-c
เทพขาวดำ



1440 Posts

Posted - 19 April 2009 :  11:34:39  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณครับ




Go to Top of Page

Huapee
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

416 Posts

Posted - 20 April 2009 :  19:33:50  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณมากครับ
Go to Top of Page

modder
ตัวพ่อ



2119 Posts

Posted - 20 April 2009 :  21:28:49  Show Profile  Reply with Quote
กราบขอบพระคุณเช่นกัน

exposure for shadow
develop for highlight
Go to Top of Page

keng
ยอดมนุษย์ 3D

2019 Posts

Posted - 20 April 2009 :  21:36:23  Show Profile  Reply with Quote
ถูกใจให้give


Go to Top of Page

hmujookgru
สมาชิกใหม่

3 Posts

Posted - 03 August 2010 :  23:41:03  Show Profile  Reply with Quote
ขอบพระคุณอย่างสูงครับผม
เพิ่งได้เข้ามาศึกษาเวปนี้ไม่นาน
แต่ติดใจจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วครับ
Go to Top of Page

cteerapan
เทพขาวดำ

1889 Posts

Posted - 04 August 2010 :  01:09:37  Show Profile  Reply with Quote
พี่หมูจุ๊กกรู๊ววนี่ไฟแรงจริง

enjoy analog
http://365beijing.wordpress.com/
Go to Top of Page

Leaf Shutter
สถิติสูงสุด 18 posts/day

2772 Posts

Posted - 04 August 2010 :  07:44:20  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณมากๆครับ กับบทความดีๆและแปลได้ดีมากครับ

"I don't think about what camera I should use that much. I just pick up the one that looks nicest on the day"

William Eggleston
Go to Top of Page

modder
ตัวพ่อ



2119 Posts

Posted - 04 August 2010 :  08:52:17  Show Profile  Reply with Quote
เอ้า พวกเราสู้ต่อไป

exposure for shadow
develop for highlight
Go to Top of Page

Achy
เทพขาวดำ



528 Posts

Posted - 04 August 2010 :  09:08:15  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณครับ

.... ..." The Story of Timeless Moment "
Go to Top of Page

Virakich
Rolleilism



1579 Posts

Posted - 04 August 2010 :  09:53:27  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณครับสำหรับ บทความดีๆ

Go to Top of Page

SamJaw
ช่างภาพหูทองคำ

2022 Posts

Posted - 04 August 2010 :  11:42:54  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณมากกๆ ด้วยคนครับ

โดนมันยึดห้องมืดไปแล้วว่ะ
Go to Top of Page

SiamSummer
เทพขาวดำ

1666 Posts

Posted - 04 August 2010 :  12:25:27  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณมากๆครับ
Go to Top of Page

ds18272
ชักเริ่มติดขาวดำ

128 Posts

Posted - 04 August 2010 :  14:38:48  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณครับ
ตามไปอ่านที่ต้นทาง เรื่องน่าอ่านหลายเรื่องเชียวครับ
อย่างเรื่อง ที่ใช้ 8x10 เป็นหลักเพราะอะไร ทำไมไม่ใช้ 4x5 ฯลฯ

zone XII
Go to Top of Page

veilside28
สมาชิกชั้นประถม

34 Posts

Posted - 12 September 2011 :  16:05:33  Show Profile  Reply with Quote
มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณมากครับ
Go to Top of Page
  Topic  
 New Topic  Reply to Topic
Jump To:
Black and White Rhapsodies Group © Black and White Rhapsodies Group Go To Top Of Page
Snitz Forums 2000