Black and White Rhapsodies Group
Black and White Rhapsodies Group
Home | Profile | Register | Active Topics | Members | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?

 

กฏ กติกา มารยาท ในการใช้ webboard
 All Forums
 www.bwfoto.net
 กระทู้น่าสนใจ
 การถ่ายภาพกําลังจะตายแล้ว คิดว่ายังไงกันบ้างครับ
 New Topic  Reply to Topic
Share Like
Author Topic  

arctica
ทายาทอสูร

1264 Posts

Posted - 22 October 2008 :  09:19:35  Show Profile  Reply with Quote
การถ่ายภาพในที่นี้ หมายถึงภาพถ่ายที่มาจากวิธีการดั้งเดิมนะครับ
ขอเกริ่นก่อนว่าคําถามนี้เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพดิจิตอลด้วยส่วนนึง ส่วนตัวผมคิดว่ากล้องดิจิตอลเป็นการrevolutionize photography ยิ่งกว่าตอนที่โกดักออกกล้องbrownie มาเสียอีก ตอนนี้ใครๆก็มีกล้องได้ ใช้ได้ ถ่ายรูปดีๆ (ในความหมายของคนทั่วๆไป) ได้กันหมด ในขนะเดียวกันฟิล์มและวิธีการถ่ายภาพดั้งเดิมถูกบีบให้เล็กลงเรื่อยๆ บางคนแค่แตะสองสามครั้งแล้วก็กลับไปใช้กล้องดิจิตอลเช่นเดิม
ในขนะเดียวกันภาพถ่ายถูกเปลี่ยนสถาณะเดิมโดยสิ้นเชิง จากการที่เป็นเครื่องมือที่ถูกนํามาเพื่อการบันทึก (fox talbot หนึ่งในผู้คิดค้นprocessการถ่ายภาพมา เรียกสื่อนี้ว่าเป็น pencil of nature) ภาพถ่ายในตอนนี้เป็นเหมือนกับกระดานใบนึง ที่ช่างภาพจะเติม จะใส่อะไรไปก็ได้ ภาพถ่ายถูกผลักดันจากการเป็นสื่อที่บันทึกความจริง ไปเป็นสื่อที่ความจริงถูกแต่งเติมได้
ผมไม่ได้บอกว่าtraditional photography หรือ straight photography ตายแล้ว ตัวอย่างก็เวปนี้แหละครับ ทุกๆท่านในนี้ก็ยังทํา straight photography อยู่ ท่ามกลางกระแสดิจิตอลของวันนี้
แต่ อันนี้สําคัญเลยครับ
ช่างภาพระดับโลกหน่ะ จะมีอีกใหม คนที่จะเป็นlandmark ของphotography คนอย่าง ansel adam, hanri cartier bresson, robert capa, joel meyerowitz
พูดง่ายๆคือเป็นคนที่ยังทํา straight photography ในแบบที่ไม่มีใครทํามาก่อนเลย
มันเหมือนกับว่า ยกตัวอย่างผมชอบstreet photography มาก แต่ว่าถ่ายไปยังไง มันก็เหมือนกับเดินตามเงาของ cartier bresson, robert disneau อยู่เรื่อยๆอย่างนั้นแหละ หรือแม้แต่งานphotojournalistic ของ sabastiao salgado ก็ยังมีกลิ่นของcartier bresson อยู่จางๆ
เอาเป็นว่าผมคิดว่าในหมวดหมู่ของstraight photography หน่ะ มันถูกexplore ไปจนหมดแล้ว ผมรู้สึกเองว่าช่างภาพที่เป็นlandmark จริงๆนั้น การเป็น the first in the genre สําคัญมากๆ อย่างงานของ meyerowitz ที่ใช้สีในการถ่ายstreet ตอนนี้ใครทํา ถึงจะดีกว่าแค่ใหน มันก็ไม่ได้recognition แล้ว เพราะไม่ใช่คนแรกที่ทํา
สรุปแบบย่อๆผมคิดว่าคงจะไม่ม่ช่างภาพที่จะมาเป็นlandmark ของการถ่ายภาพแบบstraight photographyได้อีกแล้วครับ คือ อาจจะมีชื่อเสียงแน่นอนหละ แต่ว่าไม่มีทางเป็นผู้บุกเบิก หรือตํานานได้อีก เหมือนอย่างเวลาคนคิดถึงช่างภาพสงคราม ส่วนมากอาจจะคิดถึงrobert capa ทั้งๆที่ภาพของjames nachtway ก็ไม่ได้ด้วยกว่ากันเลยแม้แต่นิดเดียว
อยากฟังความคิดเห็นครับ ว่าหลายๆท่านในนี้ที่ยังยึดติดกับแนวทางstraight photography คิดยังไงกันบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่digital จะเป็นก้าวต่อไปของการถ่ายภาพ ในขณะที่straight photography ที่ต้องการถ่ายทอดความเป็นจริงนั้น ได้ถูกทําไปเกือบหมดแล้ว
เราทํากันต่อไป เพื่อเป็นการสืบต่ออย่างงั้นหรือครับ ผมว่ามันก็ส่วนนึง แต่การที่จะทําชิ้นงานได้เท่ากะของ henri cartier bresson หรือ alfred steiglitz นั้น อาจจะเป็นไปไม่ได้แล้ว
อยากรู้ว่าแต่ละท่านคิดอย่วไรกันบ้างครับ อันนี้พูดถึงวงการถ่ายภาพของระดับโลกกันเลยนะครับ ของไทยเราผมว่ายังต้องมีการผลักดันกันอีกมากอยู่ ซักวันก็ฝันว่ากรุงเทพจะเป็นศูนกลางภาพถ่ายของ SEAsia อยู่เหมือนกัน (ฝันเว่อ)


Edited by - นายที on 23 January 2009 10:44:44

modder
ตัวพ่อ



2119 Posts

Posted - 22 October 2008 :  10:17:06  Show Profile  Reply with Quote
วันก่อนฟังคุณอนุชัย พูดไว้ดีมากเลย ประมาณว่างานใครงานมัน ช่างภาพที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ไม่มีคลื่นลูกใหม่จะมาทับ ได้
แต่สิ่งที่จะเกิดใหม่ก็คือ new recoreder
น้าชำก็พูดเรืองการอยู่ร่วมสมัย เพราะว่าเราอยู่ในยุคร่วมสมัย ของเก่าและใหม่ เราต้องอยู่ร่วมสมัยให้ได้ เข้าใจเด็กสมัยใหม่ เข้าใจงานเก่าๆ
เราต้องเข้าใจ ฟิล์มและ ดิจิตอล ว่าพวกมันทำงานอย่างไร แล้วคุณจะใช้ tool ไหนทำงานอะไร

แต่อย่างไรก็ตามอย่าไปฟันอะไรเว่อ ไปเลยครับ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเอง ให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองในการถ่ายภาพให้ได้แล้วกันนะครับ

exposure for shadow
develop for highlight
Go to Top of Page

kunut
ชักเริ่มติดขาวดำ

201 Posts

Posted - 22 October 2008 :  10:25:02  Show Profile  Reply with Quote
ผมไม่มีความเห็นกับงาน straight photography ก็ชอบน่ะครับแต่ส่วนตัวจะชอบงาน Contemporary Art Photo มากกว่า
อย่างงานของ Araki หรือ Spencer Tunic หรือ อ. มานิตย์ ศรีวาณิชภูมิ เป็นต้นครับ คือชอบที่กระบวนการคิดของศิลปินกลุ่มนี้ ภาพที่ธรรมดาแต่กระบวนการไม่ธรรมดา แบบนี้ผมชอบ

++เพลินกับรสสวิงของตัวอักษร++
Go to Top of Page

soranai
ตี่จุยเอี้ย



786 Posts

Posted - 22 October 2008 :  10:34:17  Show Profile  Reply with Quote
ผมว่า งานใครงานมันครับ

ผมไม่เห็นว่า salgado จะมีกลิ่นของ cartier bresson ผมว่ากลิ่นของ Salgado เองก็เป็นกลิ่นเฉพาะตัวครับ และ กำลังรอขึ้นทำเนีนบเดียวกับ cartier bresson ครับ เหมือนกับ Jams natchway ก็กำลังจะขึ้นทำเนียบ เดียวกับ Robert capa แหละครับ แต่ต้องใช้เวลาอีกซักพักครับ

www.tadeegallery.com
Go to Top of Page

patpongr
คุณพี่เขย

1526 Posts

Posted - 22 October 2008 :  10:44:23  Show Profile  Reply with Quote
ต้นยุคค.ศ. 1900 มีนักคิดหลายคนออกมาประกาศว่าไม่มีอะไรใหม่ในโลกให้ค้นพบอีกแล้วเพราะมนุษย์ได้ค้นพบเทคโนโลยีใหม่ไปหมดแล้ว ปัจจุบันเราก็พบว่ามันไม่จริง คนที่พูดเรื่องนี้4-5คนนั้นก็ไม่เป้นที่จดจำ (ผมก็ยังจำชื่อเขาไม่ได้แต่จำได้แค่รางๆว่าเคยอ่านเจอที่ไหนสักที่หนึ่ง) คำตอบมันอยู่ที่ยึดติดอยู่กับอะไร ศรัทธาในอะไร มีแรงขับดันและแรงบันดาลใจในชีวิตไหม ประวัติศาสตร์บอกให้เรารู้ว่ายังมีสิ่งใหม่ๆให้มนุษย์ได้ค้นพบเสมอ

คิดจะทำว่ายาก ทำแล้วยิ่งยากกว่าตอนคิด แต่ไม่ทำก็ไม่รู้ว่ามันยาก แต่ไม่ยากก็ไม่อยากทำ
Go to Top of Page

modder
ตัวพ่อ



2119 Posts

Posted - 22 October 2008 :  10:48:48  Show Profile  Reply with Quote
เห็นด้วยกับ คุณ patpongr ตอนผมเรียนอาจารย์ผม ก็บอกว่า หลังจากการถ่ายภาพเกิดมาได้ สามสิบปี ทุกอย่างได้ถูกค้นพบไปหมดแล้ว เพราะฉะนััน ปัจจุบัน ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย นอกจากของเดิมๆ ที่เล็กกว่าและเร็วกว่า

exposure for shadow
develop for highlight
Go to Top of Page

ชิวผิง
มึนน้ำยา



1096 Posts

Posted - 22 October 2008 :  11:16:50  Show Profile  Reply with Quote
ผมมีความสุขกับสิ่งที่ผมทำอยู่ขณะนี้ครับ และก็พยายามพัฒนาตัวเองตามเส้นทางที่ตัวเองอยากทำครับ
กระแสดิจิตอลที่โหมเข้ามามันเป็นปัจจัยภายนอกที่คุณคงไม่สามารถไปหยุดมันได้ ผมว่ามันเป็นการก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นของการถ่ายภาพนะครับ ซึ่งมันก็มีแนวทางการพัฒนาไปตามขั้นตอนของมัน

"กลุ่มเพื่อนทองดี"
Go to Top of Page

monster_boy
ประธานชมรมคนบ้าอุปกรณ์แห่ง bwfoto.net

5348 Posts

Posted - 22 October 2008 :  11:36:01  Show Profile  Reply with Quote
การถ่ายภาพไม่ตายหรอกครับ เหมือนกับที่ภู่กันและแคนวาสยังมีคนใช้อยู่ครับ

ไม่รู้จะพิมพ์อะไรเพิ่ม แค่สั้น ๆ แล้วกัน
Go to Top of Page

natsoon
bwlover



691 Posts

Posted - 22 October 2008 :  14:58:17  Show Profile  Reply with Quote
ขอเสริมครับ
หลักสูตรการเรียนในหมาลัย (เห็นมาที่เดียวครับ ไม่ได้วิจารญ์หรืออะไรครับ)เริ่มที่จะใช้ digital หมดแล้วรุ่นผมมเป็นรุ่นสุดท้ายพอดีครับที่ยังใช้ film อยู่ หลักสูตรการเรียน กล้อง 4*5 ก็ถูกถอดออกไปครับ เปลี่ยนเป็นวิชาที่เกี่ยวกับ digital ครับ
ผมคิดว่า ไม่ว่ายังไงอีกหน่อย film ก็น่าจะเหลือน้อย มีคนรู้จักน้อยลง มีคนสนใจน้อยลงครับ แต่คิดว่าไม่น่าจะหายไปครับ (เสียดายครับรุ่นน้องๆต่อไปคงไม่ได้เรียนการใช้4*5 กัน)

รูปที่ถ่ายก็เห็นด้วยกับ พี่เจ้าที่ครับ งานใครงานมัน ครับ
Go to Top of Page

supapong
คุณอาว์..หมอ..



2141 Posts

Posted - 22 October 2008 :  15:19:02  Show Profile  Reply with Quote
ภาพพิมพ์ทำกันมาพันปีแล้วมั้ง

ยังเรียนกันอยู่เลย

สักวันหลังสงครามล้างโลก

เราไม่มีแน่นอนทั้งฟิล์มทั้งกล้องดิจิตัล

หัดเขียนตัวสระพยัญชนะให้ครบๆให้คล่องนะ

Go to Top of Page

Teelek
ไอ้หนุ่มหมัดเมา(หลับ)

594 Posts

Posted - 22 October 2008 :  16:18:23  Show Profile  Reply with Quote
quote:
Originally posted by supapong

ภาพพิมพ์ทำกันมาพันปีแล้วมั้ง

ยังเรียนกันอยู่เลย

สักวันหลังสงครามล้างโลก

เราไม่มีแน่นอนทั้งฟิล์มทั้งกล้องดิจิตัล

หัดเขียนตัวสระพยัญชนะให้ครบๆให้คล่องนะ




จริงครับ ณ วันนี้ผมมอง กระบวนการภาพถ่ายขาวดำเป็น Fine Art เหมือนภาพพิมพ์ต่างๆ กัดกรด Wood Cut ฯ ซึ่งสามารถทำซ้ำได้ แต่ไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆ (ปัจจุบันยังมีคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์อยู่) ส่วนเรื่องใครมีกลิ่นใคร ฤาใครมีแนวทางคล้ายใครผมว่าไม่แปลก แต่กระบวนการสร้างสรรค์มันยังคงมีอยู่ตราบใดที่มนุษย์มีมีสุนทรียศาสตร์ เพราะโน้ตดนตรี มีมาไม่รู้ก๊่ร้อยปีก็ยังสามารถมีเพลงใหม่ ให้เราชอบได้เรื่อยๆ เหมือนกับแว่นตายังมี Design ใหม่ๆได้เรื่อย ทั้งๆที่ มักจะวางบนจมูกและขาแว่นอยู่บนหู . . . เอาแบบใกล้ตัวหน่อยเหมือนครีมทาผิวขาว ยังมีขาวโบ๊ะ ขาวกระดาษ ขาวธรรมชาติ ยังขาวแบบพิสดารไม่หยุดยั้งเลยครับ

Go to Top of Page

bazzio
หัวปักหัวปำกับขาวดำ



414 Posts

Posted - 22 October 2008 :  17:58:28  Show Profile  Reply with Quote
ผมเห็นด้วยกับคุณ modder ในกระทู้แรกครับผม
อีกอย่างผมคิดว่าวงการถ่ายภาพอาจะเทียบเคียงกับวงการ "ปืน" ในลักษณะที่ว่า ปืนดูคิดคนมาเป็นเวลานาน แต่ถึงปัจจุบันการก้าวกระโดดเป็นไปอย่างช้าๆ มิได้มีการพัฒนามาก (แต่ก็มีการทำ innovation กันเรื่อยมา) ก็เหมือนกับ กล้อง ระบบมันเรียบง่าย การ มันเป็น "Tool" ที่ดีมากในการจะแสดงความคิดในรูปแบบของมัน ซึ่งการที่แต่ละคนจะเลือกใช้ tool ในลักษณะไหน ก็ล้วนแล้วแต่นานาจิตตัง ผมว่ามันเป็นของใครของมัน....
อีกอย่าง "ปืนถือมาเล็งแล้วยิง มีคนตาย กล้องถือมาเล็งแล้วยิง ผมว่ามีแต่รอยยิ้มนะครับ ทั้งคนถ่าย คนโดนถ่าย คนที่ดูรูปเรา ยิ้มหมด" (ยกเว้นแฟนเรา ...อิอิ)
ผมเรียนถาปัดมา ก็เริ่มจากความไม่รู้อะไรเลย แล้วก็เรียนรู้จากงาน master แล้วก็เลือกทางของตัวเอง พอเริ่มรู้ก็เริ่มคิด เริ่มคิด ก็เริ่มทำ แล้วก็เริ่มปรับแก้ในทิศทางของตัวเอง
ผมว่า ผมชอบ การถ่ายรูป ไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมมักจะลืมเวลา เวลาได้ดูรูป (โดยเฉพาะรูปที่ได้มาจาก ฟิล์ม) เห็นแล้วลืมแฟนได้เลย...หยิบกล้องก็มีความสุข ซื้อกล้อง ซื้อฟิล์ม ก็มีความสุข ถ่ายรูปก็ทีความสุข ล้างฟิล์ม(แบบงงๆ) ก็มีความสุข bid กล้องไม่ได้ก็มีความสุข

ผมว่า อย่าไปยึดติดกับอะไรจนเราไม่มีความสุขเลยครับ (ขอโทดด้วยนะครับ ที่ระบายอะไรส่วนตัวสักหน่อย ไม่รู้เกี่ยวกับกระทู้หรือเปล่า)

https://www.flickr.com/cameraroll
FB fanpage : bangkokstreetphotographer
Go to Top of Page

arctica
ทายาทอสูร

1264 Posts

Posted - 22 October 2008 :  19:10:01  Show Profile  Reply with Quote
สวัดดีครับ

เรื่อง งานใครงานมันนั้น เห็นท่าจะจริงครับ แต่ว่า อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า ถ้าเป็นที่สอง แทบจะไม่มีใครจําเราได้เลย
อันนี้พูดในแง่ที่ว่าจะผลักดันงานให้ออกไปสู่แวดวงinternationalเลยนะครับ
ผมว่าโอกาศมันชักจะหมดลงเรื่อยๆไปแล้ว เทคนิก แนวคิดส่วนมาก (ในแนวทางของstraight photography) ก็หมดลงเรื่อยๆ (อันนี้ไม่เน้นphotojournalism แบบsalgado, nachtway เพราะว่าcontext มันแรงในตัวมันอยู่แล้ว งานมันอยู่ได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว) อย่างlandscape ผมว่าทํากันจนแทบจะไม่มีที่เหลือให้ทําแล้ว (หรือเปล่า?)
ส่วน contemp. art ผมว่ายังมีทางให้ดิ้นไปได้เรื่อยๆ แนวทางมันกว้างกว่าอยู่แล้ว
เรื่องงานใครงานมันหน่ะ ด้านส่วนตัวแล้วจริงครับ งานใครๆก็รักแหละ แต่สงสัยที่ว่า งานของใครของมันนั้น ทํายังไงถึงจะทําให้งานนั้น immortalize ตัวเองให้ขึ้นไปอยู่ในระดับอินเตอร์ได้เทียบเคียงกับของช่างภาพlandmarkทั้งหลาย หรือ Museum of Modern Art สนใจนําไปแสดง ว่างั้นเลย ยังเป็นไปได้ใหม
ฟังดูาจจะเกินตัว หรือเว่อไปหน่อย แต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงมีเป้าหมายที่เป็น 'ideal' จริงๆ ไม่ต่างจากนั้น
อยากฟังความคิดเห็นครับ

ปล. คุณ supapong ขอบคุณที่เตือนครับ ยอมรับว่าพิมพ์ไทยไม่คล่องเอาเสียเลย จะพยายามพิมพ์ใ้ห้ถูกต้องมากขึ้นกว่านี้ครับ

ลองกลับไปอ่านใหม่ผิดเยอะจริงๆ เหอะๆ

- How can you not fall in love with photography? Each and every image is part of life itself. -
http://www.flickr.com/photos/lifechronology/

Edited by - arctica on 22 October 2008 19:25:47
Go to Top of Page

supapong
คุณอาว์..หมอ..



2141 Posts

Posted - 22 October 2008 :  19:15:25  Show Profile  Reply with Quote
ปล. คุณ supapong ของคุณที่เตือนครับ ยอมรับว่าพิมพ์ไทยไม่คล่อยเองเสียเลย จะพยายามพิมพ์ใ้ห้ถูกต้องมากขึ้นกว่านี้ครับ


เอ ผมไม่ได้ตำหนิ จขกท.นะครับ

เพียงเปรียบเปรยว่าหลังสงครามล้างโลก

คนรุ่นนั้นอาจลืมภาษาเขียนไปเยอะแล้ว

แค่ยุคปัจจุบันนี้ วันๆแทบไม่ได้เขียนหนังสือเลย

Go to Top of Page

modder
ตัวพ่อ



2119 Posts

Posted - 22 October 2008 :  21:13:19  Show Profile  Reply with Quote
คิดระดับเล็กๆ ไปก่อนก็ได้ครับ พอไประดับใหญ่คับโลกนั้น มันไปกันยาวเลยครับ
ช่างภาพที่กล่าวมาข้างต้นแต่ละคน ก็ถ่ายกันมาเป็นสิบสิบปี ลองดูสิครับอีกสามสี่สิบปี จากนี้อาจจะมีคนในนี้เป็น world class ก็ได้ใครจะไปรู้

exposure for shadow
develop for highlight
Go to Top of Page

Rangefinder
สถาปนึก



3280 Posts

Posted - 22 October 2008 :  21:55:24  Show Profile  Reply with Quote
ถ้ามีภาพแขวนแบบใน Harry Potter ล่ะก็ ผมว่าคงตายแล่ะครับ

แต่ขนาดใน Harry Potter ยังใช้แฟลชฟุ่บฟั่บอยู่เลย
Go to Top of Page

neno-c
เทพขาวดำ



1440 Posts

Posted - 22 October 2008 :  22:59:00  Show Profile  Reply with Quote
ไม่น่าตายนะครับ ..ตราบใดที่ยังมีคนเสพมันอยู่




Go to Top of Page

monster_boy
ประธานชมรมคนบ้าอุปกรณ์แห่ง bwfoto.net

5348 Posts

Posted - 23 October 2008 :  08:23:26  Show Profile  Reply with Quote
quote:
Originally posted by Rangefinder

ถ้ามีภาพแขวนแบบใน Harry Potter ล่ะก็ ผมว่าคงตายแล่ะครับ

แต่ขนาดใน Harry Potter ยังใช้แฟลชฟุ่บฟั่บอยู่เลย



ที่ผมทึ่งคือคนอย่างนายคนนี้ดูแฮรี่ฯ ด้วยสิเนี่ย
Go to Top of Page

rapper
ตากล้องพ่อลูก(ไม่)อ่อน

2368 Posts

Posted - 23 October 2008 :  12:25:14  Show Profile  Reply with Quote
quote:
Originally posted by monster_boy

quote:
Originally posted by Rangefinder

ถ้ามีภาพแขวนแบบใน Harry Potter ล่ะก็ ผมว่าคงตายแล่ะครับ

แต่ขนาดใน Harry Potter ยังใช้แฟลชฟุ่บฟั่บอยู่เลย



ที่ผมทึ่งคือคนอย่างนายคนนี้ดูแฮรี่ฯ ด้วยสิเนี่ย

นั่นดิ นึกว่ามันดูแต่พวกหนังที่น้องอ้อย(Aoi)แสดง


Go to Top of Page

vitoIIEOS1_glom
สมาชิกใหม่

2 Posts

Posted - 23 October 2008 :  21:52:04  Show Profile  Reply with Quote
ผมก้อเป็นอีกคนที่ชอบถ่ายภาพด้วยfilm ก้อได้แต่ภาวนาว่า ขอให้ยังมี film,กล้องfilm, อุปกรณ์น้ำยาล้างอัดขายต่อไปเรื่อยๆ
Go to Top of Page

soranai
ตี่จุยเอี้ย



786 Posts

Posted - 24 October 2008 :  00:17:57  Show Profile  Reply with Quote
มาต่อสั้นๆนะครับ

อย่างที่บอกครับ ภาพของ James Natchway อยู่ ธรรมเนียบเดียวกับ cartier bresson ผมว่า ขึ้นไปสูงๆไม่มีที่ 1 ที่ 2 หรอกครับ

งานดีคืองานที่ดี

ช่างภาพ Landscape ที่ใช้ tech ใหม่ๆ มีรูปแบบบ ที่แตกต่างก็มีนะครับ ถ้าตามดีๆ master ใหม่ๆก็เกิดทุกปีนะครับผมว่า

พองานดีถึงระดับหนึ่ง นั่นหมายถึง มีความเป็น original ในตัวเองด้วย ก็จะขึ้นไปอยู่ในกลุ่มระดับต้นๆ ของโลก แต่งานจะได้รับการยอมรับจาก gallary ใหญ่ๆ มันเป็นเรื่องของข้อแม้ทางเวลาด้วยครับ

ผมว่าไม่นานหรอกครับ ที่งานของ James Natchway จะได้ขึ้นไปเป็นงานถาวรของ gallery ใหญ่ๆครับ

www.tadeegallery.com
Go to Top of Page

Biggy
ชักเริ่มติดขาวดำ

115 Posts

Posted - 25 October 2008 :  19:21:23  Show Profile  Reply with Quote
ถึงจะเป็น Straight Photography
ผมว่ามันก้อมีอะไรใหม่ๆที่ไม่ซ้ำเกิดขึ้นอยู่ตลอดนะครับ
เพราะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในสังคม หรือ ลักษณะการดำเนินชีวิต สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ
ที่คิดว่าแนวทางไปใกล้เคียงคนนั้นคนนี้ เป็นเพราะ เราต้องการอธิบายงานครับ
ซึ่งบางทีไม่ต้องอธิบายก้อได้เพราะมันไม่มีเหมือนกันอยู่แล้ว

ส่วนจะดังรึป่าวนั้น แล้วแต่ว่า คุณเป็นใคร??? ทำอะไรมาบ้าง???
ชนะงานประกวดรึป่าว??? เคยตีพิมพ์ที่ไหน???
ยากขึ้นเยอะครับในยุคที่ทุกคนถ่ายภาพอย่างทุกวันนี้
ต้องเอกลักษณ์แรง และ งานเทพจริงๆ

Go to Top of Page

moddeedee
สมาชิกชั้นประถม

31 Posts

Posted - 29 October 2008 :  13:25:19  Show Profile  Reply with Quote
อย่าไปสนใจกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ขอให้สนุกกับปัจจุบันที่ยังมีสิ่งที่เราชอบให้ได้ใช้อยู่ แล้วจะมีความสุขมากๆ ครับ
Go to Top of Page

dream_princess
สมาชิกใหม่



6 Posts

Posted - 02 November 2008 :  18:53:17  Show Profile  Reply with Quote
ที่โรงเรียนถ้าลงถ่ายภาพขาวดำนักเรียนทุกคนต้องใช้ฟิล์ม

เรียนล้างเอง อัดเอง ผสมน้ำยาเอง

ตอนนี้นัทก็เรียนอยู่ค่ะ

ยังไม่ได้เรียนอัดภาพเลย

กำลังคลั่งขาว ดำ และ straight photography อย่างแรงเลย

จากที่เมื่อก่อนเรียนรู้แต่เทคนิคของดิจิตอล

นัทว่ามันเป็นภาพที่สื่อความรู้สึกได้ชัดเจนดี

ส่วนเรื่องแนวของรูปนั้น

ภาพใครก็ภาพมันนะ แม้จะมีแนวของคนอื่นๆอยู่บ้าง

แต่ก็ไม่เหมือนหรอก

ยังฝัน แม้จะไกล
Go to Top of Page

sorn
สมาชิกใหม่

15 Posts

Posted - 09 February 2009 :  02:02:25  Show Profile  Reply with Quote
[quote]Originally posted by natsoon

ขอเสริมครับ
หลักสูตรการเรียนในหมาลัย (เห็นมาที่เดียวครับ ไม่ได้วิจารญ์หรืออะไรครับ)เริ่มที่จะใช้ digital หมดแล้วรุ่นผมมเป็นรุ่นสุดท้ายพอดีครับที่ยังใช้ film อยู่ หลักสูตรการเรียน กล้อง 4*5 ก็ถูกถอดออกไปครับ เปลี่ยนเป็นวิชาที่เกี่ยวกับ digital ครับ
ผมคิดว่า ไม่ว่ายังไงอีกหน่อย film ก็น่าจะเหลือน้อย มีคนรู้จักน้อยลง มีคนสนใจน้อยลงครับ แต่คิดว่าไม่น่าจะหายไปครับ (เสียดายครับรุ่นน้องๆต่อไปคงไม่ได้เรียนการใช้4*5 กัน)

[/quot

ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นครับ จริงครับผมลงเรียนวิชาถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัยผม ตอนนี้อาจารย์เขาไม่บังคับให้ใช้กล้อง film เลย แต่จะมีโจทย์บังคับให้ถ่าย film แล้วล้างเอง ทั้งที่เป็นคณะนิเทศฯ เขาก็ไม่ค่อยเน้นทางด้านนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมยังโชคดีที่มีพี่ที่รู้จักกัน เขาใจดีสอนล้าง film และอัดภาพ

T_R
Go to Top of Page

likhito
สมาชิกชั้นประถม



44 Posts

Posted - 21 August 2009 :  12:01:45  Show Profile  Reply with Quote
คือ ผมไม่เก่งศัพท์ ในทางเฉพาะช่างภาพ เท่าไหร่ แต่ถ้าถามถึงความเป็นไปของกระแสการถ่ายภาพ ผมมีความเห็นว่า ขาวดำยังไปอีกได้ไกล ตราบใดที่ ยังมีช่างภาพ มีชื่อเสียง และผู้อาวุโส ในวงการที่เป็นที่เคารพนับถือ จากบุคคลเท่าไป ที่ยังหันมาสนใจการถ่ายภาพแบบ ดั้งเดิม ก็จะเป็นการตอกย้ำว่า การถ่ายภาพแบบเก่าจะยังอยู่ ผมเป็นวัยรุ่น ที่เติบโตมาในช่วงคาบเกี่ยว ในยุค ดิจิตอลมาแรง แต่ก็ได้ซึมซับ การถ่ายภาพแบบเก่าอยู่ ซึ่งผม เห็นถึงขอดีของสองระบบนี้ โดยเทดโนโลยีกล้องในปัจจุบัน ทำให้ผมสาารถ สร้างมุมมองใหม่ๆในการจัด องค์ประกอบ และความประหยัดสะดวกในการ สร้างงาน แต่ในขนาดเดียวกัน ผมก็ยังมีความสุขที่ได้ใช้เวลาให้หมดไปกับ กระบวนการถ่ายภ่าพแบบเก่าๆอยู่ และหากศึกษาประวัติศาสตร์การถ่ายภาพตั้งเริ่มต้น จะพบว่า เรายังสามารถ สร้างสรรค์งานให้มีความน่าสนใจโดยใช้กระบวบการเก่าๆได้อย่างน่าสนุก ได้อีกเยอะ
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ ความก้าวหน้า สะดวกสบาย หรือการเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี ที่มีผล ต่อคุณค่าของการถ่ายภาพ แต่มันอยู่ที่ว่า เราได้ใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่เราชอบหรือเปล่าว แล้วเรายินดีที่จะถ่ายทอดหรือชักชวนผู้อืนให้เข้ามาร่วมสนุกกับความสุขที่เราทำอยู่ มันเป็นความสุขที่ไม่ต้องปล้น ชิง วิ่งราว หรือต้องไปโกงผู้ไดไม่ ผมรู้สึกยินดีที่ เทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้งา่ยต่อการใช้งาน
ผมอยากให้ การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายๆและธรรมดาสำหรับ บุคคลทั่วไปแม้แต่เด็กประถมก็ทำได้อย่างง่ายดาย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นไวๆ จะส่งผลต่อใน การพัฒนาประเทศชาติ ลองนึกถึง หน้าที่และประโยชน์ที่มีต่อการพัฒนาของประเทศชาติ ที่ ในหลวงท่านทรง ใช้ภาพถ่าย เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาในทางที่เจริญต่อ ชาติเรา หากเราไม่เข้าใจในอดีต เราก็มิอาจเดาอนาคตได้เลย หากไม่มีขาวดำในวันนั้น ก็ไม่มีดิจิตอลในวันนี้
Go to Top of Page

yokjaja
สมาชิกใหม่

2 Posts

Posted - 12 September 2009 :  01:46:00  Show Profile  Reply with Quote
คุณค่าและความสุข ผมยังรักและชอบงานของฟิล์มมากกว่า
ในหลายๆวงการถูกแทนที่ด้วย Digital แต่ก็ยังมีกลุ่มคนมากมายที่ยังเสพย์งานและเครื่องจักรกลยุคเก่า ที่เป็นแบบฉบับดั้งเดิม เช่น บางคนรักที่จะสวมใส่นาฬกา Automatic แทนที่จะเป็น นาฬกากินถ่าน ที่ทั้งตรงเวลา ไม่ได้ใส่ก็ยังคงเดินได้อยู่ บางท่านก็รักที่จะฟังแผ่นเสียงที่อ่านจากหัวเข็ม มีเสียงกร๊อบแกรบเป็นของแถม เทียบกับแหล่งกำเนิด cd ที่แสนจะสะดวกง่ายต่อการใช้งาน แถมเสียงก็คมชัด ผมว่าฟิล์มคงยังไม่จางหายไปง่ายๆ เสน่ห์ของ film ยังคงมีอยู่ตลอดไป
Go to Top of Page

merayachon
สมาชิกใหม่



1 Posts

Posted - 16 October 2009 :  20:43:33  Show Profile  Reply with Quote
เรียนรู้ในการสร้างสรรค์ทุกอย่างเท่าที่มันจะมีให้เราสร้างสรรค์ได้ ความคิดและแรงบันดาลใจไม่ควรถูกกำหนดขอบเขตด้วยความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย โลกของศิลปะความเลื่อนไหลของงานย่อมส่งอิทธิพลและรับอิทธิพลโดยตัวของมันเอง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่มักจะเห็นหรือได้กลิ่นอายของอิทธิพลของศิลปินคนหนึ่งไปปรากฏอยู่ในผลงานของศิลปินอีกคนหนึ่ง มันคงไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับความครอบงำกันและกัน หากแต่เป็นความเลื่อนไหลและซึมซับของยุคสมัยมากกว่า...ไม่ว่าฟิล์มหรือดิจิตอลล้วนมีพลังในตัวของมันเอง จุดที่เป็นข้อจำกัดของฟิล์มแต่ดิจิตอลทำได้มีค่าเท่าๆกับจุดที่ดิจิตอลไม่มีแต่ฟิล์มทำได้...

Merayachon
Go to Top of Page

Nong73
สมาชิกชั้นประถม



29 Posts

Posted - 03 January 2010 :  05:38:09  Show Profile  Reply with Quote
ไม่ตายหรอกครับ ยิ่งเก่ายิ่งเก๋า อิอิ
Go to Top of Page

noppharoojlap
สมาชิกชั้นมัธยม



62 Posts

Posted - 05 January 2010 :  15:09:31  Show Profile  Reply with Quote
ฝรั่ง ยังมีคำว่า Back to the basic เลยครับ นั่นแสดงว่า หลายๆอย่างย่อมมีการย้อนกลับไปที่พื้นฐานครับ ผมเองก็จบด้านถ่ายภาพมาครับ ผลงานดีๆๆสวยๆงามๆ ก็มีมากมายซึ่งของปรมาจารไทย หลายๆท่าน เองก็เก่งครับ แตเวลาผมดูรูปท่านเหล่านั้น ไม่ว่า อาจารณ์จิตม อาจารณ์เชาวร์ หรือ ไม่ว่าจะเป็น คุณAdams หรือ Bresson ก็ตามสิ่งที่ผมมองไม่ใช่เพื่อการลอกเลียนแบบ แต่เป้นชมภาพแล้วมองในสิ่งที่ท่านเหล่านั้นต้องการสื่อให้เราเห็นมากกว่าครับ แรกๆผมก็คิดว่าฟิล์มคงจากไปไม่นานนี้แน่ผมก็อยากจะอยู่กับเขาไปจนผมไม่มีปัญญาหาซื้อฟิล์มได้ครับ แต่พอดู Trend ในวันนี้ ผมมองว่าสงสัยผมจะไปก่อนฟิล์มแล้วหล่ะมั้ง เพราะเด็กๆรุ่นใหม่ เริ่มให้ความสนใจและอยากเรียนรู้กระบวนการถ่ายภาพแบบฟิล์ม และหรือการถ่ายภาพด้วยระบบ Manual แล้วครับ เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเรื่อง Speed shutter สัมพันกับ หน้ากล้อง Aperture อย่างไร แต่เราเองต้องยอมรับกระแสของเทคโนด้วยครับว่าเปลี่ยนไป
Go to Top of Page

deicidemetal
สมาชิกชั้นมัธยม



52 Posts

Posted - 11 January 2010 :  11:24:35  Show Profile  Reply with Quote
ผมคิดเหมือนพี่บอยครับ ตรงมากๆ
ผมว่ามันไม่ตายง่ายๆหรอกครับ เพราะว่ามันเป็นงานฝีมือ เป็นการฝึกตัวเอง

ยกตัวอย่างงานสถาปัตย์ที่ผมเรียนอยู่นะครับ
ทำคอมน่ะ ฝึกกันได้ครับ แต่งานที่ต้องใช้สกิลในตัวเราเองน่ะ มันฝึกกันยากครับ บางคนกว่าจะเก่ง ก็เรียกว่าแทบเลิกกันเลย
เพราะฉะนั้น บางบริษัท เขาจะรับสถาปนิกเข้าทำงานจากสกิลวาดรูปในหัวครับ แล้วจะให้ไปฝึกคอมนั้น มันไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ผมฝึกเดือนเดียวผมก็เป็นแล้ว
เพราะเค้ายังเห็นคุณค่าของสิ่งแบบนี้แหละครับ

ไม่รู้ทำไมที่ชอบการถ่ายฟิมล์เป็นชีวิตจิตใจ ทั้งๆที่รุ่นผมใช้และรู้จักแต่ดิจิม่อนแทบทั้งนั้น
Go to Top of Page

Dog_s_Day
สมาชิกชั้นมัธยม

75 Posts

Posted - 11 August 2011 :  01:20:50  Show Profile  Reply with Quote
ผมว่า sabastiao salgado เป็นเส้นที่คนรุ่นหลังข้ามพ้นได้ยากมากครับ เพราะเพอร์เฟกต์จริงๆ
ปล. แต่ผมรัก Bresson นะ ผมว่า salgado แกออก drama เกินไป

เล็งนก แต่ได้พระจันทร์
Go to Top of Page

veilside28
สมาชิกชั้นประถม

34 Posts

Posted - 11 September 2011 :  19:27:19  Show Profile  Reply with Quote
น่าสนใจครับ
Go to Top of Page
  Topic  
 New Topic  Reply to Topic
Jump To:
Black and White Rhapsodies Group © Black and White Rhapsodies Group Go To Top Of Page
Snitz Forums 2000