Black and White Rhapsodies Group
Black and White Rhapsodies Group
Home | Profile | Register | Active Topics | Members | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?

 

กฏ กติกา มารยาท ในการใช้ webboard
 All Forums
 www.bwfoto.net
 คอลัมน์
 มองญี่ปุ่นผ่าน M4
 New Topic  Reply to Topic
Next Page
Share Like
Author Topic
Page: of 2

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 02 May 2010 :  03:34:01  Show Profile  Reply with Quote
ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่ผมฝังใจและไปอยู่หลายครั้งหลายคราว และที่สำคัญที่สุดในการทำงานของผมคือได้ไปเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปถ่ายงานพระบรมศพของจักรพรรดิ Hirohito เมื่อปี 2532 และต่อด้วยงานสถาปนาขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิ Akihito องค์ปัจจุบัน ที่พระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ในปี 2533 ต่อมาผมก็แวะไปเที่ยวติดต่อกัน จนกระทั่งลูกชายได้ไปเรียนที่ ม.โตเกียวอีก ก็เลยไปบ่อยขึ้นล่าสุดก่อนสงกรานต์ผมต้องไปงานรับปริญญา (เป็นภาคบังคับ) ก็เลยนัดแนะกันกับเพื่อนหกคนไปเที่ยวกันต่ออีกหลังวันรับปริญญา โดยครั้งนี้ที่หมายคือไปพักที่บ้านมรดกโลกอายุ 200-300 ปีที่บนเขาสูงโกกายามา โดยนั่งรถไฟหัวกระสุนไปที่เมือง Kanazawa ซึ่งเป็นเมืองชายทะเล จากนั้นก็เช่ารถขับอีกตามเคยเป็นรถ Toyota Voxy ขับเคลื่อนแบบ All wheel drive เพราะอาจต้องลุยหิมะ และถนนที่มีสภาพลื่นไถล แถวGokayama (แปลว่าภูเขาห้าลูก) ก่อนจะขึ้นเขาผมขับตะลุยไปที่แหลม Noto ซึ่งอยู่เหนือสุดของเกาะญี่ปุ่น เมื่อไปจากทางโตเกียว แหลมนี้ถ้าข้ามทะเลไปจะเป็นเกาหลีเหนือ และ รัสเซีย ผมขับเลียบทะเล โดยมีลูกชายเป็นเนวิเกเตอร์ป้อนข้อมูลให้ยัย Ayako ซึงเป็น GPS พูดภาษาญี่ปุ่นเจื้อยแจ้ว เราวิ่งไปบนเส้นทางของแหลมโนโตทั้งหมด เส้นทางเล็กผ่านหมู่บ้านประมงค์สวยเหลือเกินครับ ที่นั่นมีบ่อนำ้แร่ออนเซ็นให้เราได้แก้ผ้าอาบกันด้วย จะทะยอย Scan มาโพสต์เรื่อยๆนะครับ (ไม่ใช่รูปแก้ผ้านะครับ) ครั้งนี้ผมเอา Leica m4 ไปถ่ายขาวดำ มีถ่ายมาแค่สองม้วนเองครับ มีฟิล์ม Lucky และ Fuji อย่างละม้วนเอง

http://www.flickr.com/photos/thewin_chanyawong/



พระราชวังอิมพีเรียล ครั้งนี้ผมไปเที่ยวสวนในวังด้วย กล่าวกันว่าเป็นสวนที่ราคาแพงที่สุดในโลก เพราะใหญ่มากกลางกรุงโตเกียว



เด็กน้อยน่ารักสามคนเดินตามรถจักรยานแม่ด้วยท่าทางสนุกสนาน ขณะกลับจากโรงเรียน



หลับทั้งพ่อและลูกบนรถไฟที่โตเกียว...ลูกชายมีอาการเป็นไข้ครับ ท่าทางพ่อคงดูแลจนไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน เลยเป็นรูปแบบนี้



ช่วงเดือนมีนา โตเกียวลมจะแรงมากๆๆๆ ปีที่แล้วพัดเอาเครื่องบินของ Fedex ลำยักษ์ตกกระแทกพื้นถึงกับตายทั้งลำ ภาพนี้พัดจนจักรยานที่จอดไว้ล้มไปหลายคัน



ที่วัด Asakusa มีงานเชิดมังกร ประจำปี มังกรนี้เชื่อกันว่าถ้าใครได้แตะแล้วจะโชคดี ผมเลยฉวยโอกาสใช้ความเป็นช่างภาพไปแตะมาแล้ว



รถไฟเที่ยวค่ำ ...แน่นประจำ



เด็กสาวญี่ปุ่นจะเก่งเรื่องการแต่งตัวอย่างมาก เธอจะฉลาดและเข้าใจในการนำสิ่งของต่างๆมาแต่งให้ดูดี ดูแล้วมีความสุขนะครับ ผมถ่ายโดยกดจากกล้องที่ห้อยคออยู่ โดยเธอไม่รู้ตัว การถ่ายรูปอย่างผมนี่ถือว่าผิดกฏหมายในญี่ปุ่นนะครับ

Edited by - นายที on 02 July 2010 11:41:26

monster_boy
ประธานชมรมคนบ้าอุปกรณ์แห่ง bwfoto.net

5348 Posts

Posted - 02 May 2010 :  06:02:32  Show Profile  Reply with Quote
คิดถึงคนถ่ายครับ :-)


และการถ่ายภาพแบบนี้ ทำไมถึงถือว่าผิดกฏหมายล่ะครับ ละเมิดความเป็นส่วนตัวเหรอครับ?
Go to Top of Page

Kanit
อนุบาลหัดถ่าย M

761 Posts

Posted - 02 May 2010 :  06:16:30  Show Profile  Reply with Quote
Nice shots krub Pi.
Photo#2 is fantastic.

Gravitation is not responsible for people falling in love.
Go to Top of Page

Hero_n
เทพขาวดำ

2282 Posts

Posted - 02 May 2010 :  08:37:25  Show Profile  Reply with Quote
ดูแล้วมีความสุข ได้ประสบการณ์ร่วม ขอบคุณครับ ^^

Go to Top of Page

Prisna
เทพขาวดำ

1027 Posts

Posted - 02 May 2010 :  09:30:22  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณครับ สำหรับเช้าวันอาทิตย์ที่ได้อ่านเรื่องรื่นรมย์แบบนี้

Posted - 02 May 2010 : 03:34:01 - คุณ Sinar
Posted - 02 May 2010 : 06:02:32 - คุณบอย
Posted - 02 May 2010 : 06:16:30 - คุณ Kanit
Posted - 02 May 2010 : 08:37:25 - คุณนพ

ตื่นเช้ากันทั้งนั้น
Go to Top of Page

milk
เทพขาวดำ

1131 Posts

Posted - 02 May 2010 :  09:47:14  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณครับ ดูแล้วสนุกจัง

42.195
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 02 May 2010 :  11:13:29  Show Profile  Reply with Quote
ครับคุณ monster_boy มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลครับ แต่มันเริ่มจากการถ่ายแบบ Under skirt โดยใช้มือถือและกล้องเล็กๆอย่างที่เราเคยเห็นรูปกันแหละครับ สมัยแรกๆ เราคงจำกันได้ว่ากล้อง Digital จะไม่มีเสียงชัคเตอร์ขณะถ่าย ทำให้ง่ายต่อการแอบถ่าย เมื่อเกิดปัญหามีสาวๆร้องเรียนกันมากขึ้น ทางการเลยมีมาตรการว่า กล้องที่ขายเพื่อใช้ในประเทศญี่ปุ่นทุกตัวต้องมีเสียงชัตเตอร์ครับ
Go to Top of Page

modder
ตัวพ่อ



2119 Posts

Posted - 02 May 2010 :  12:57:32  Show Profile  Reply with Quote
อ๋อ ผิดที่กล้องไม่มีเสียงชัตเตอร์

exposure for shadow
develop for highlight
Go to Top of Page

moohunt21
จอมโหดกะทะเหล็ก



429 Posts

Posted - 02 May 2010 :  14:32:52  Show Profile  Reply with Quote
ถึงว่าครับ หาทางปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ 55+

เกิดเป็นคน...สิ่งที่ควรทำคือความดี สิ่งที่ควรมีคือคุณธรรม สิ่งที่ควรจำคือ บุญคุณ
Go to Top of Page

monster_boy
ประธานชมรมคนบ้าอุปกรณ์แห่ง bwfoto.net

5348 Posts

Posted - 02 May 2010 :  16:33:42  Show Profile  Reply with Quote
อ้อ ถ่ายสาว ๆ นั่ง ในจังหวะที่ดูไม่เหมาะ สินะครับ


น่าจะมีจังหวะภาพตอนเค้า "ยัด" คนลงรถไฟตอนเช้า ๆ นะครับ
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 02 May 2010 :  21:43:34  Show Profile  Reply with Quote

คนญี่ปุ่นจะไม่เลิกหยุดคิดอะไรใหม่แม้แต่วินาทีเดียว วันๆที่เราขับรถไปตามบ้านเมืองเขาจะไม่ค่อยเห็นคนออกมาเดินถนน เพื่อนๆถามว่าคนเขาไปไหนกันหมดเนี่ย ผมบอกแบบบ้าๆว่าคนเข้าไปอยู่ในบ้านในสำนักงานไง เขาช่วยกันรวมหัวกันคิด คิด คิด กันใหญ่ว่าจะทำอะไรมาขาย ไอ้พวกเราออกมาเดินๆๆๆๆกันเต็มถนน ก็เลยไม่คิดทำอะไรรอซื้อเขาอย่างเดียว 555 ผมไปที่วัด Asakusa (แปลว่าหญ้าเตี้ย) ขณะที่มีการเชิดมังกร ผมก็วิ่งไปชนพี่คนนี้โครมใหญ่ อะไรเนี่ยเขาคิดกล้องถ่ายเหนือหัวแบบ "ญี่ปุ่นประดิษฐ์" เขาเอากล้องถ่ายรูปและวิดีโอ ขึ้นไปติดบนท่อยาวสองตัวแล้วต่อสายจอ LCD ลงมาที่ด้านล่าง เพื่อเล็งภาพและถ่ายรูปมุมสูงโดยใช้ลูกยางบีบกดชัตเตอร์แบบโบราณ เป็นที่สนใจแก่คนญี่ปุ่นรอบๆข้างด้วย พอเขาเจอผมก็ยิ้มให้ และชี้ที่กล้อง Leica m4 ผมและยกนิ้วให้ เลยนับญาติเข้ามาคุยกันน่ะครับ ดูรูปแกแล้วก็ไม่ค่อยชัดหรอกครับ เพราะกล้องเล็กมาก แต่ตรงความคิดช่วยการถ่ายรูปมุมสูงนี่สิให้เต็มสิบเลยครับ




Go to Top of Page

buttertea
เทพขาวดำ

815 Posts

Posted - 02 May 2010 :  22:24:22  Show Profile  Reply with Quote
ดูท่าคุณลุงแล้วเหมือนเป็นพรานเบ็ดด้วยนะครับ คล้ายว่ากำลังอัดปลาอยู่
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 03 May 2010 :  13:03:10  Show Profile  Reply with Quote
เอารูปนี้มาลงเพื่อสนับสนุนที่ผมบอกว่าคนญี่ปุ่นอยู่แต่ในบ้านและที่ทำงานคิดๆๆๆๆ ทำให้ประเทศเขาเจริญ ไม่ออกมาเดินเกะกะแบบบ้านเรา แล้วไม่เคยคิดอะไรเป็นของตัวเองเลย (คิดแบบผมอย่าว่ากันเลย) นี่ขนาด โตเกียวมีคน 13 ล้านคน มากกว่ากรุงเทพเราถึงเท่าตัวนะครับ ตามถนนยังเงียบขนาดนี้ วันทำงานก็เงียบเหมือนกันครับ เอ้าขอยกตัวอย่างเรื่องคันๆหัวใจผมสักเรื่อง ประเทศเราเป็นลูกน้องญี่ปุ่นรับจากผลิตรถให้เขามาจนจะอ้างตัวเอง ว่าเป็น Detroit of Asia เป็นสมุนเขามานานมากกว่า 40 ปี มีความชำนาญมากถึงขนาดลูกพี่ญี่ปุ่นชื่นชม Toyota ในไทยทำเวลาผลิตรถได้ 1 นาทีต่อคัน เราได้แต่เศษเงินค่าผลิต ให้ตายเถอะ ไทยมันผลิตรถตัวเอง ยังไม่ได้สักคัน 40 ปีมาแล้ว (ผลิตตุ๊กๆก็คุยไม่จบ) อินโดกระจอกกว่าเราเรื่องผลิตรถ เขาก็ยังมีรถของเขาเองบ้าง มาเลย์เขาไม่เคยผลิตรถมากเท่าเรา รถในประเทศเขาวิ่งเต็มเมือง เป็นรถ Proton เยอะแยะ คิดแล้วก็เศร้าครับ อยู่กันไปวันๆ วันดีคืนดีตีกันให้ประเทศล่มเข้าไปอีก เห็นใจเถอะครับนานมาทีฟังคนแก่บ่นหน่อย..นีสนึง



สาวญี่ปุ่นอุ้ม "น้องหมา"สามตัว (ทำไมต้องเป็นน้องหมาไม่เข้าใจ...หมาก็หมา) ข้ามถนนในช่วงวันหยุดของญี่ปุ่น ดูความเงียบสิครับ ไม่คอ่ยมีคนออกมาเดินเท่าไหร่

Edited by - Sinar on 03 May 2010 22:07:51
Go to Top of Page

arctica
ทายาทอสูร

1264 Posts

Posted - 03 May 2010 :  16:24:58  Show Profile  Reply with Quote
ชอบอ่านครับ อยากไปญี่ปุ่นซักสองสามปี (ซื้อกล้องกะหนังสือกระเป๋าฉีกตายแน่ๆ)

- How can you not fall in love with photography? Each and every image is part of life itself. -
http://www.flickr.com/photos/lifechronology/
Go to Top of Page

koson
เทพขาวดำ

710 Posts

Posted - 03 May 2010 :  19:41:46  Show Profile  Reply with Quote
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ภาพสวยๆ ครับ
ช่วยเปิดโลกทัศน์ได้มากทีเดียว
Go to Top of Page

simperboy
ชักเริ่มติดขาวดำ

103 Posts

Posted - 04 May 2010 :  11:09:07  Show Profile  Reply with Quote
ชอบลุงนักประดิษฐ์ :)
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 04 May 2010 :  13:33:30  Show Profile  Reply with Quote

เราเที่ยวกันแบบเจาะเป็นที่ๆไป นอกจากลูกชายผมพาเที่ยวแล้วผมยังมี คุณ ฮิโระซัง ของรายการ วาบิซาบิ ซึ่งแกมาเช่าบ้านผมเปิดสำนักงานอยู่ติดกันเนี่ย มาคุยกันเป็นประจำน้องพอลล่าแฟนผมถึงออกปาก "ผู้ชายญี่ปุ่นอะไรหล่อจัง" แต่ผมเป็นคนเก็บค่าเช่า ไม่งั้นเธอคงลดแหลกให้เขาแน่ และช่วงลูกชายผมกลับมากรุงเทพเลยได้คุยกันกับดื่มเบียร์วางแผนกันใหญ่ เลยไปเที่ยวกันแบบวาบิซาบิเลย ผมไปเมือง Usanomiya ด้วย เพราะรู้มาว่าเมืองนี้เรียกว่าเมืองเกี๊ยวซ่า เน้นขายเกี๊ยวซ่าชั้นเยี่ยมทั้งเมืองเลย อร่อยมากๆ โดยเฉพาะมีเกี๊ยวซ่าต้มยำด้วย เผ็ดมากๆผมชอบสุดๆเลยครับ เกี๊ยวซ่าน้ำก็มีแปลกดี วันนั้นเรา แกล้งทำตัวกระแดะ Hi-So มากนั่ง Shinkasen หัวกระสุนจากโตเกียวไป Usanomiya ไปกลับกว่า 600 กม.เพื่อกินเกี๊ยวซ่ากับช๊อปป้ิงอย่างเดียว วันนั้นพวกเราหกคน เทเกี๊ยวซ่าเข้าท้องไปถึง 84 ตัวด้วยกัน ไม่มีรูปเกี๊ยวซ่าครับ เป็นรูปอนุสาวรีย์ของเมือง อยู่หน้าสถานีรถไฟเลย เพื่อให้เห็นว่าถ้าอยากไปกินนะครับ พอเห็นรูปปั้นนี้ หาดูรอบๆเถอะครับ มีเกี๊ยวซ่าเป็นสิบร้านเลย รูปนี้ถ่ายวันที่ไป เมฆสวย เห็นมี Copter ผ่านด้วย

Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 05 May 2010 :  01:00:24  Show Profile  Reply with Quote

Hiro-san บอกผมก่อนที่รายการวาบิซาบิจะออกอากาศในทีวีเรื่องบ้านมรดกโลกแบบนี้อีกว่า ผมอยากให้ ต๋อยซัง (เขาเรียกผมอย่างนั้น)ไปที่อยู่ที่บ้านนี้ครับ น่าสนใจมากเป็นบ้านชาวนาแบบ Gassho house ซึ่งเป็นบ้าน ได้รับการอนุรักษ์จาก UNESCO ให้เป็นบ้านมรดกโลก อยู่บนเทือกเขา kogayama ที่หนาวเย็น เหลืออยู่ไม่กี่สิบหลังเองครับ แต่ละหลังมีอายุ 200-300 ปี หลังที่ผมไปอยู่นี้มีอายุ 200 กว่าปี ต้องมีการจองไปและมีคิวยาวด้วยในช่วงพีคของญี่ปุ่น ผมได้บ้านที่ Ainokura เจ้าของบ้านจะจัดหาเครื่องนอนกันหนาวชุดยูกาตะ แบบญี่ปุ่น Heater ใช้น้ำมันก๊าดแบบโบราณ เตาเอนกประสงค์กลางบ้านซึ่งใช้ถ่านไม้ ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ให้ความอบอุ่น ปิ้งปลาขณะล้อมเตากินข้าวและยังตั้งน้ำร้อนชงชาเขียวอีกด้วย เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ยอดเยี่ยมยาวนานมาเลยครับ โดยมีอาหารคาวหวานแบบชาวบ้านโบราณให้เช้าและค่ำซึ่งเจ้าของบ้านสองสามีภรรยาทำให้กินสดๆทุกมื้อ บางมื้อมีปลาที่เขาไปจับมาจากโขดหินในแม่น้ำมาย่างให้เรากินด้วย พวกเราไปพักอยู่สองคืน มีความสุขครับ เหมือนเราย้อนกลับไปสมัย โอชินยังไงไม่รู้ สองคืนเราอยู่ในบ้านที่ห่อด้วยก้อนน้ำแข็งจากหิมะจริงๆ แต่ก็รอดมาได้โดยไม่มีระบบ Heater ไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องเลย แต่อย่างไงก็ตามผมยังมี Coke Zero ผสมโซดากินอย่างคนเมืองเลย เพราะซื้อไปด้วย โดยไปขุดหิมะแช่ไว้หน้าบ้าน นับเป็นตู้เย็นใบใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยใช้เลย แบบบ้านนี้ออกแบบโดยใช้ฟางเป็นหลังคาทรงพนมมือไหว้ เพื่อให้ความอบอุ่นและยังทำให้หิมะไม่จับตัวบนหลังคา (จับตัวมากๆบ้านจะพัง) เนื่องจากมีความลาดเอียงมาก

Go to Top of Page

monster_boy
ประธานชมรมคนบ้าอุปกรณ์แห่ง bwfoto.net

5348 Posts

Posted - 05 May 2010 :  06:03:24  Show Profile  Reply with Quote
อุตสึโนะมิยะเหรอครับ?


อยากลองไปฮอกไกโด แต่กลัวหนาว :D
Go to Top of Page

Prisna
เทพขาวดำ

1027 Posts

Posted - 05 May 2010 :  08:33:23  Show Profile  Reply with Quote
น่าอิจฉาครับ ผมก็ดูวาบิซาบิเป็นประจำ รายการดีครับ เสียแต่พิธีกรเป็นผู้ชาย แถมหล่อด้วย 555
Go to Top of Page

koson
เทพขาวดำ

710 Posts

Posted - 05 May 2010 :  09:51:32  Show Profile  Reply with Quote
ชอบดูรายการวาบิซาบิเหมือนกัน

quote:
Originally posted by Prisna

น่าอิจฉาครับ ผมก็ดูวาบิซาบิเป็นประจำ รายการดีครับ เสียแต่พิธีกรเป็นผู้ชาย แถมหล่อด้วย 555



เพิ่งรู้ว่าพี่อุ้มไม่ชอบผู้ชาย
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 05 May 2010 :  22:45:36  Show Profile  Reply with Quote

มีอีกรูปครับให้ดูว่าผมอยู่ในบ้าน ที่ภายนอกอุณหภูมิติดลบ หิมะคืนแรกตกทั้งคืนๆที่สองยิ่งลงหนักใหญ่ ภายนอกเป็นอย่างนี้และบ้านโบราณหลังนี้คุ้มหัวให้ผมและคณะ ต่อสู้กับการเป็นไอติมมาได้อย่างไร เวลาปวดฉี่เดินออกมาจากห้องที่มี Heater จะมาเข้าห้องน้ำ แล้วชาทั้งตัวเลยครับฉี่แทบไม่ออกเลย มีรูปเตาปิ้งปลากลางบ้านมาให้ดูด้วยครับอยู่ใน Flickr ครับ

http://www.flickr.com/photos/thewin_chanyawong/

Go to Top of Page

Prisna
เทพขาวดำ

1027 Posts

Posted - 06 May 2010 :  07:52:40  Show Profile  Reply with Quote
ได้เห็นภาพและซับเรื่องราวจากโพสต์นี้แล้ว ทำให้ได้มุมมองและปัญญาในหลาย ๆ เรื่องเลยครับ

ขอบคุณครับ
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 06 May 2010 :  13:13:06  Show Profile  Reply with Quote
ใช่ครับคุณ Monster_boyเมือง อุตสึโน๊ะมิย่ะครับ เมืองนี้ผมเคยหลงกับเพื่อนเมื่อครั้งไปเมือง Nikko ปีที่แล้ว ผมนั่ง Shinkansen ถ่ายรูปข้างทางเพลินเลยไปเกือบถึงเมือง Sendai เลยไปอีกไกลเกือบสองร้อยกม.ต้องนั่งรถย้อนกลับมาโชคดีเจ้า Shinkansen วิ่งเร็วจี๋เลยกลับมารวมกลุ่มกันได้แบบ ไม่เสียเวลามาก ไม่ค่อยได้เที่ยวเมืองนี้มากเลยมากินแต่เกี๊ยวซ่าจริงๆ... อยากไป Hokkaido ไม่ต้องกลัวเรื่องหนาวครับ เกาะนี้ หนาวแน่ หนาวจริง หนาวยาว ที่สุดของญี่ปุ่นแล้ว เมื่อห้าปีที่แล้วผมนั่งเครื่องบินจากโตเกียวข้ามไปครับ ไปอยู่ที่เมือง Sapporo ไปเที่ยวและกินปูที่นั่นแบบบุฟเฟ่ กินไม่อั้นครับภายในชั่วโมงครึ่ง จ่ายราวๆสองพันกว่าบาทต่อคน พวกเราทำนำ้จิ้มแบบซีฟู๊ดของไทยไปด้วย โห อร่อยขึ้นสวรรค์เลยครับ ปูสดหวานมากกินจนปูเต็มทอ้งเลยครับ ไปเถอะครับทนหนาวหน่อย...อร่อยไปนาน คราวหน้าจะไปอีกยังติดหนี้ต้องไปดูทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงให้ได้ (จะเน้นไปถ่ายรูปน่ะครับ) เจ้าลูกชายตอนนี้ยังเรียนปริญญาโทต่อและถ้าจะเป็นด๊อกเตอร์ ผมคงต้องไปญี่ปุ่นอีกในสี่ห้าปีนี้ หาเวลาสักปี ไปด้วยกันก็ได้ครับ ยินดีครับคุณ Prisna คุณ Koson ไว้เจอ Hirosan จะบอกเขาว่า U มีแฟนคลับเป็นชายด้วยนะ ไม่ใช่สาวกรี๊ดอย่างเดียว

Edited by - Sinar on 06 May 2010 13:15:50
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 06 May 2010 :  16:31:27  Show Profile  Reply with Quote

ไปญี่ปุ่นสิบสองวันถ่ายรูปขาวดำมาแค่สองม้วนเอง เพื่อลองกล้องใหม่ แต่ถ่าย Digital เพื่อใช้งานและ VDO เล่นๆ มาเยอะ พอว่างก็เอารูปมา Post ครับ รูปน่ะทำเสร็จหมดแล้วแต่ค่อยๆเขียนแล้วกัน บ้านเมืองไม่ปกติเลยไม่ค่อยมีอารมณ์เขียนหนังสือครับ VDO ที่ถ่ายมาเพื่อนเริ่มทวงแล้วยังไม่ได้ Edit เลย นี่เอารูปรถที่เราเช่าของ บ. Toyota car rent มาโพสต์ครับ ค่าเช่าแพงหน่อยแต่สะดวก มีประกันแล้วได้รถใหม่รถที่เช่าไปใช้วิ่งไป 4,000 กม.เองครับ เป็น Toyota Voxy แบบ All whell drive van นั่งได้ 7 คนแต่เที่ยวนี้เราไปคราวนี้แค่ 6 คนกำลังสบายๆ เช่ารถขับสนุกครับได้อารมณ์อิสระจอดก็จอด ถ่ายรูป กินข้าว ซื้อของ แวะฉี่ สะดวกดี และที่ญี่ปุ่นถนนดีทุกเส้นทางผมจะเลือกขับเส้นทางเล็กๆน่ารัก เข้าหมู่บ้านเล็กๆ สวยงามแปลกตามากช่วงที่ขับบนเขา Gokayama ก็ไปตามเส้นทางเล็กๆลัดเลาะเชิงเขาไปเรื่อยๆ ช่วงมีเกล็ดหิมะปลิวใส่หน้ากระจกรถเบาๆ สวยงามจริงๆครับ ภาพนี้พวกเราจอดรถถ่ายที่บ้านชายทะเล ของแหลม Noto เมือง Toyama แหลมนี้อีกด้านของทะเลเป็นประเทศเกาหลีเหนือและรัสเซียครับ

Go to Top of Page

milk
เทพขาวดำ

1131 Posts

Posted - 07 May 2010 :  09:40:04  Show Profile  Reply with Quote
น่าอิจฉาจังครับ เห็นแล้วต้องหาทางไปนอนบ้านแบบนั้นมั่ง ส่วนเรื่องทำไมเรียก น้องหมา อันนี้ผมก็เรียกนะครับเวลาเขียนกระทุ้ เพราะว่ามันน่าเอ็นดูดีครับสำหรับหมาของผม ตัวเล็กๆ อุ้มสะดวก แต่ถ้าเป็นหมาไซด์เท่าช้างนี้ ไม่เคยคิดจะเรียกน้องหมาเลยครับ >_<

42.195
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 07 May 2010 :  10:38:06  Show Profile  Reply with Quote

Milk ครับคนแก่มันขี้แปลกใจ นานมาแล้วคนไทยทั่วไปมักไม่นับญาติกับสัตว์เขาเรียกสัตว์หน้าขนด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงภาษาไปตามยุคน่ะครับ มันก็น่ารักดีครับ แต่น่ารักก็ให้มันตลอดรอดฝั่ง จะยกบทสนทนาของวัยรุ่นสองคนสมัยนี้มาท่อนหนึ่งเช่น "เฮ้ยไอ้สัตว์เมื่อคืนน้องหมากูเม่งตกบันไดว่ะ กูเอายาให้แม่งแดก แม่งคงขมทำหน้ายังกะเหี้ยเลยสาด..." ตกลงรวมๆแล้วมันน่ารักตรงไหนวะเนี่ย ....สำหรับบ้านโบราณเนี่ยน่ามาพักนะครับมันแปลกดี แต่มันก็ต้องสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเก่าๆน่ะครับ เพราะถ้าเทียบกับห้องโรงแรมสวยมันก็ดูดีกว่า แต่บ้านโบราณก็มีทุกอย่างนะครับห้องนำ้อาบนำ้สะอาด ในห้องนั่งเล่นมี LCD TV 50 นิ้วดูรายการญี่ปุ่นตลกบ้าๆ ผ่านระบบ HD ชัดแบบชัดมากๆๆๆทุกช่อง
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 07 May 2010 :  17:33:37  Show Profile  Reply with Quote

ขับรถไปตามภูเขาสูงคลุมด้วยหิมะหนา แต่ระบบทางบนเขาของญี่ปุ่นเขามันเจาะอุโมงค์ลอดไปไม่ต้องไต่จนแหงนคอ หรือ ลงเขาจนหัวทิ่ม บางอุโมงค์ลอดทีนึงอึดอัดมากยาวจริงๆ วิ่ง 60กม./ชม.นานเป็นสิบนาทีเลยครับ รูปนี้พอรอดอุโมงค์ออกมาก็เจอเจ้า T-Rex ตัวนี้ยืนจังก้าอยู่หน้าอุโมงค์ เจ้า Dino ตัวนี้คงหนาวมากครับยืนสู้หิมะตลอดเวลาเลย ผมถ่ายแบบช่างภาพขี้เกียดจริงๆ ผ่านกระจกหน้ารถเลย หนาวและหิมะมันตกปรอยๆลมก็แรงเปิดกระจกหน้าต่างรถถ่ายกลัวนำ้และหิมะมันพัดเข้ากล้องครับ

Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 08 May 2010 :  12:09:20  Show Profile  Reply with Quote
เราเที่ยวกันแบบชาวบ้านเลยครับ โดยมีลูกชายเป็นคนจัดการทั้งหมด เขาใช้เพียง i phone เครื่องเดียวดาวน์โหลดโปรแกรมเส้นทางรถไฟทั่วประเทศทุกขบวนเพราะเขาจำเป็นต้องใช้ของเขาอยู่แล้ว มันน่าสนใจตรงที่รู้หมดว่ารถขบวนไหนไปไหน เวลาเท่าไหร่ รถไฟเราจะมากี่โมง นอกจากนั้นก็นั่งรถเมล์แท๊กซี่ และเดินครับ แต่เดินที่ญี่ปุ่นมีความสุขครับ เพราะถนนดีอากาศเย็นและมีอะไรแปลกๆดูตลอด รูปนี้เป็นรูปลูกชายกับแม่ บนรถไฟ ผมห้อย Leica m-4 อยู่ที่คอเห็นแสงสวยดีเลยยกขึ้นถ่าย ฟิล์ม ISO100 ครับ ชัตเตอร์ สปีดคง30/วินาที หน้ากล้องคง f.2.8 ทั้งหมดนี่เดานะครับ จะเอา Exif เหมือน Digital ไม่ได้น่ะ นี่เป็นรูปที่ถ่ายบนรถไฟสาย Odakyu Line ที่ใช้กลับบ้านที่ผมพักในเขต Setagaya โตเกียวประจำหละครับ จากสถานีถึงบ้านผมต้องเดินราว 1.5กม.ทุกวันนอกจากวันไหนเที่ยวแรดมาเหนื่อยจริงๆถึงจะนั่งแท๊กซี่ (1.5กม.เกือบ300บาท) แต่เดินก็รื่นรมณ์ครับตลอดทางเช้ายันดึกมีร้านขายของตลอดทาง ตั้งแต่ขายเข็มเย็บผ้าในร้านเย็บปักถักร้อยที่แฟนผมชอบ มอสเบอร์เก้อร์ร้านโปรดของผม ไปจนถึงรถปอร์เช่ ในโชว์รูม ปอร์เช่ก็อยู่ปากซอยบ้านที่ผมพัก ผมดูทุกวันราคาแต่ละคันราว 16 ล้านเยนเอง 555 แต่ผมชอบดูสาวที่มากับหนุ่มเจ้าของรถมากกว่าส่วนมากตุ๊กตาหน้ารถจะสวยหยดย้อยเลยครับ เห็นมั๊ยเดินญี่ปุ่นถ้าสายตาซุกซนหน่อยมีกำไรครับ


Edited by - Sinar on 08 May 2010 17:29:05
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 09 May 2010 :  14:42:51  Show Profile  Reply with Quote

ตำรวจญี่ปุ่น ประเทศนี้ไม่คอ่ยมีเรื่องโหดร้ายเท่าไหร่ตำรวจดูเหมือนจะ ไม่ค่อยมีงานทำมากเหมือนตำรวจไทย ที่ถูกว่าเป็นมะเขือเทศบ้าง เป็นเป้ารับ M-79 บ้าง ของไอ้หมาไหนก็ไม่รู้ที่ไม่เคยรับผิดเลย ตำรวจไทยงานเยอะครับ นอกจากมีตำรวจใหญ่คอยหาเรื่องออกหน้า TVทุกวัน คอยไปหามเปลหามโรงศพ ของข่าวใหญ่ ทำหน้าหน่อมแน้ม พูดจากยกยกผบ.ตร.อยู่ทุกวันแล้ว ตำรวจเล็กๆว่างๆก็ไม่พักนะครับตั้งด่านตรวจรถอีก ขยันจริงๆไม่รู้ท่านเอาแรงมาจากไหน ทำเอาคนขับรถที่ถูกจับก็หมดแรงไปเหมือนกัน ย้อนไปที่ญี่ปุ่นปีสองปีแทบนับคดีได้เลย เมื่อสองปีที่แล้วมีคนบ้าอาละวาดแทงคนตายไปสี่คน ที่ย่าน Akihabara โอ๊ยเป็นเรื่องกันทั้งปี ผมเคยเห็นตำรวจญี่ปุ่นไล่จับผู้ร้าย แค่ขับรถชนแล้วหนีแล้วไล่กันเปิดไซเรนทุกคันดังลั่นมาขวางรถผู้ร้ายและจับได้ที่ย่าน Shinjuku ผมยืนอยู่ตรงนั้นพอดี โอ๊ยรถตำรวจตื่นเต้นกันใหญ่ไล่รถผู้ร้ายคันเดียวตำรวจไล่มาสัก 10 คันรถได้ เห็นนายตำรวจมันกระชากหัวผู้ร้ายที่ขับรถหนี โขกหัวมันกับประตูรถ แล้วตะโกนว่า "หนีทำไม..นี่ตำรวจนะโว๊ย" (ลูกผมแปล) โหยมันดุจริง คนญี่ปุ่นถึงกลัวทำความผิดกัน รูปนี้เป็นตำรวจที่มาเฝ้างานวัด Asakusaน่ะครับ "ตำรวจวัด"หรือเปล่าไม่รู้ แล้วดุรึเปล่าไม่รู้ลืมถามไป แต่ดูคนแก่ท่าทางใจดี

Go to Top of Page

milk
เทพขาวดำ

1131 Posts

Posted - 09 May 2010 :  19:46:36  Show Profile  Reply with Quote
คุณลุงsinar (ผมขอเรียกคุณลุงล่ะกันนะครับ ) ภาษาเด็กสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยผมนุ่งขาสั้นไปเรียนหนังสือเลยครับ โลกเปลี่ยนไปคนเปลี่ยนตามครับ แแต่สำหรับคำเรียกน้องหมา ผมเองรุ้สึกมันน่าเอ็นดูดีครับ อาจจะเพราะเลี้ยงแบบใก้ลชิดมาก นั่งตอบกระทู้มันก็นอนอยู่ใต้โต๊ะนี่ล่ะครับ กิน นอน ก็อยุ่ข้างๆกันตลอด จะว่าไม่นับญาติก็ใกล้เคียงเลยครับ ^_^

อิจฉาคุณลุง sinar จัง ผมไปๆมาๆญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ว่าไม่ค่อยได้เจาะลึกที่เที่ยวหรอกครับ เมืองที่ไปก็อยู่นู้นเลยครับ ท๊อตโตริ เมืองหลังเขา

42.195
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 09 May 2010 :  21:48:59  Show Profile  Reply with Quote

Milk ไปทำอะไรที่่ Tottori ครับ ไปเรียนหนังสือรึเปล่าครับ ไกลจากโตเกียวมากเนอะ เล่าให้ฟังหน่อยสิ มีรูปถ่ายแถวนั้นบ้างมั๊ย ...เล่าหน่อยๆ
Go to Top of Page

supererky
เทพขาวดำ

562 Posts

Posted - 10 May 2010 :  00:14:24  Show Profile  Reply with Quote
Tottori นี่ใช่เมืองเดียวกับที่ โค้ชเฮง ไปทำทีมฟุตบอลรึปล่าวครับ?
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 10 May 2010 :  02:01:45  Show Profile  Reply with Quote
คุณ supererky ต้องลองถามน้อง Milkหละครับ เรื่องกีฬาผมเป็นศูนย์เลย ไม่รู้เรื่องรู้จักคนเดียว Sharapova อิอิ เป็นไงครับคู่แฟนยามดึก สบายดีนะครับ ไม่เจอกันนานช่วงดึกๆ
Go to Top of Page

milk
เทพขาวดำ

1131 Posts

Posted - 10 May 2010 :  09:45:34  Show Profile  Reply with Quote
ภรรยาผมอยู่เมืองนั้นครับ >_< ผมก็เลยไปๆมาระหว่างท๊อตโตริกับโตเกียวแทบทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่นครับ แถวนั้นเป็นเมืองที่เงียบสงบมากครับ แต่ก็เหมือนที่คุณลุงซีนาร์ว่าไว้ครับ คือคนเค้าอยู่ในบ้านกันทุกเมืองไปไหนมาไหน ไม่ค่อยจะเจอคนเท่าไร ยกเว้นอยากจะเจอคนให้ไปยืนตรงห้าแยกชิบูย่า ดูแล้วเมาคนดีครับ

เมืองนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใครก็คือ แซนดูน ครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียก เนินทรายดีมั้ยครับ แต่ถ้าจากตาเห็นก็เป็นเนินทรายขนาดใหญ่มาก แล้งช่วงหลังๆที่ไปก็จะมีการจัดการแข่งขันปั้นทราย มีนักแข่งจากสารพัดชาติมางานนี้ครับ เดี๋ยวผมขอไปค้นฟิลม์ก่อนนะครับ พอดีตอนนั้น คอมผมมันทำงานช้า ก็เลยขี้เกียจสแกนออกมา เดี๋ยวจะเอามาลงให้ดูครับ

แล้วเมืองนี้ก็ใช่เมืองที่โค้ชเฮงแกมาคุมทีมฟุตบอลอยู่ครับ ตอนผมมาก็ยังดูข่างแกจากทีวีท้องถิ่นเลย แต่พอแกทำทีมไม่ถึงจุดที่ตกลงไว้ก็ขอลาออกเลย (แน่กว่านักการเมืองบ้านเราอีก) ทีนี้ทางทีมก้อยากให้แกทำต่อแต่ดันมาเกิดอุบติเหตุที่เมืองไทยอีก จากนั้นผมไม่ทราบว่าความคืบหน้าเป็นยังงัยแล้วครับ

42.195
Go to Top of Page

Sinar
หัวปักหัวปำกับขาวดำ

342 Posts

Posted - 10 May 2010 :  14:14:06  Show Profile  Reply with Quote

น้อง Milk โอ้...เหรอครับแหมนี่บุพเพฯ จริงๆเลยนะครับเนี่ย ไปเจอภรรยาอยู่ตั้งไกลขนาดนั้น นี่ลูกชายผมก็ชักจะตามคุณไปนะเนี่ย ท่าทางจริงจัง จริงจัง คุยให้ฟังเรื่องแฟนทุกวันที่ Skype กันแม้กระทั่งผมบอกว่าจากสถิติการจีบเป็นแฟนกันในมหาลัยในไทย พบว่าได้แต่งงานกันเพียง 2% ผมก็เล่าให้เขาฟังก็ไม่เชื่อ พอผมเจอ คุณ Hiro-san ผมก็ถามเรื่องลูกชายมีแฟนเป็นสาวญี่ปุ่นคุณรู้รึยัง เขาหัวเราะแล้วบอกว่ารู้แล้วครับ เขาพูดให้ผมฟัง "ผมคงรู้ก่อนคุณพ่ออีกมั๊งครับ" เขาบอกว่าสถิตินี้ไม่จริงนะครับในญี่ปุ่น สูงถึง 40% เห็นจะได้ครับ ...เฮ้อก็เรื่องของเขา คุณ Milk บอกเหมือนกับผมว่าคนญี่ปุ่นอยู่แต่ในบ้าน แต่มีที่เดียวที่ห้าแยก Shibuyaมีคนเป็นล้าน ก็จริงๆครับเวลาเพื่อนคนไทยมาผมจะพาไปดู ไม่รู้ไปไหนกัน เดินกันเป็นทะเลคน ก็มีเท่านี้แหละครับ เลิกงานก็มากินข้าวเจอเพื่อนกินเบียร์จนเมาแล้วกลับบ้าน ผมถ่ายรูปนี้จากมุมประจำ Starbucks Coffee ชั้นสอง ตรงมุมนี้เป็นมุมโปรดของพวกสร้างหนังเยอะเลย อย่างเรื่อง Lost in Translation ก็ถ่ายมุมนี้ มีคนสวยที่ผมชอบ Scarlet Johansson ก็มานั่งตรงที่ผมถ่ายรูปนี่ (นั่งเหม่อๆตอนแฟนหายไป)

Go to Top of Page

monster_boy
ประธานชมรมคนบ้าอุปกรณ์แห่ง bwfoto.net

5348 Posts

Posted - 10 May 2010 :  14:32:35  Show Profile  Reply with Quote
แหม ผมก็จีบแฟนผมตั้งแต่สมัยเรียนปีสามเหมือนกันนะ คงเป็นหนึ่งใน 2% ที่ว่า :D
Go to Top of Page

pomp_jaideaw
เทพขาวดำ



1154 Posts

Posted - 10 May 2010 :  14:49:29  Show Profile  Reply with Quote
quote:
Originally posted by monster_boy

แหม ผมก็จีบแฟนผมตั้งแต่สมัยเรียนปีสามเหมือนกันนะ คงเป็นหนึ่งใน 2% ที่ว่า :D



hahaha มายืนยันครับเพราะอยู่ในเหตุการณ์รักแรกพบท่านประธาน

(^,^)
Go to Top of Page

cteerapan
เทพขาวดำ

1889 Posts

Posted - 10 May 2010 :  15:07:14  Show Profile  Reply with Quote
โอววว Shibuya นี่ผมชอบมากๆครับ ตอนที่ไปนึกถึง lost in translationมากๆ
เพราะการท่องเที่ยวงวดนั้นก็แย่เื่องการสื่อสารมากๆ 555
ขอบคุณมากครับพี่ sinar เหมือนได้เที่ยวไปด้วยเลย

enjoy analog
http://365beijing.wordpress.com/
Go to Top of Page

milk
เทพขาวดำ

1131 Posts

Posted - 10 May 2010 :  22:00:58  Show Profile  Reply with Quote
เรื่องของชะตาชีวิตมันพาไปครับ 555 ผมไม่เคยนึกเลยครับว่าจะมีภรรายาเป็นญี่ปุ่น ขนาดเค้าถามผมยังบอกเลยว่าชอบฝรั่งมากกว่า แต่ถ้าเรียกว่าบุพเพก็คงงั้นล่ะมั้งครับ ส่วนร้านกาแฟตรงแยกนี่ผมเคยไปนั่งหนนึงครับ พยายามเหลือเกินรอคิวเลย เพราะว่าอยากจะไปนั่งดูคยเดินไปเดินมา แล้วทำเลร้านมันก็เกินห้ามใจจริงๆครับ ตอนไปนั่งผมไปตกอยู่ดต๊ะเดียวกันกับฝรั่งปู้ชายคนนึง แกเป็นนักดนตรี ก็เลยคุยกันให้สมกับความพยายามที่รอเก้าอี้ จากนั้นก็ไม่เคยอยากไปนั่งอีกเลยครับ ครั้งเดียวพอเป็นความทรงจำก็พอ ^_^

42.195
Go to Top of Page

koson
เทพขาวดำ

710 Posts

Posted - 10 May 2010 :  22:44:52  Show Profile  Reply with Quote
นอกเรื่องญี่ปุ่นหน่อยนะครับ
พูดถึงหนังเรื่อง Lost in Translation ทำให้ผมเพิ่งรู้ว่า Scarlet Johansson โตเป็นสาวแล้ว :)
ตั้งแต่ดู The Horse Whisperer ยังคิดอยู่เลยว่า เด็กคนนี้โตไปต้องสวยแน่ แต่ไม่คิดว่าจะมีความเซ็กซี่ได้ขนาดนี้เลย 5 5 5
Go to Top of Page
Page: of 2 Topic  
Next Page
 New Topic  Reply to Topic
Jump To:
Black and White Rhapsodies Group © Black and White Rhapsodies Group Go To Top Of Page
Snitz Forums 2000